- แอป Carrier In The Air ช่วยให้คุณควบคุมแอร์ได้ทุกที่ผ่านระบบ WiFi Built-in สามารถสั่งเปิด-ปิด ปรับอุณหภูมิ หรือเปลี่ยนโหมดได้ แม้อยู่นอกบ้านให้กลับมาเย็นฉ่ำแบบไม่ต้องรอ
- สะดวกสบายขั้นสุดด้วยการสั่งงานด้วยเสียงผ่านอุปกรณ์ Smart Home เช่น Google Home หรือสั่งผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันทีเพียงพูดคำสั่ง
- ตรวจสอบค่าไฟแบบเรียลไทม์ด้วยฟีเจอร์ REAL TIME POWER CONSUMPTION CHECK ดูการใช้พลังงานได้ทั้งรายชั่วโมง รายวัน และรายเดือน ช่วยวางแผนการใช้งานและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ชีวิตประจำวันที่เร่งรีบและสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว อาจทำให้หลายคนรู้สึกหงุดหงิดเวลากลับถึงบ้านมาเปิดแอร์แล้วต้องรอสักพักกว่าแอร์จะเย็น หรือในบางครั้งต้องเสียเวลาหารีโมต ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะแคเรียร์เข้าใจถึงการใช้ชีวิตของทุกคนเป็นอย่างดี จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชันอัจฉริยะอย่าง “Carrier In The Air” ที่จะมาเปลี่ยนการสั่งงานแอร์ให้เป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่บ้านหรืออยู่นอกบ้าน ก็สามารถควบคุมแอร์ได้ทุกที่ ทุกเวลาตามต้องการ
Carrier In The Air ช่วยอะไรคุณได้บ้าง?
Carrier In The Air คือแอปพลิเคชันที่ช่วยให้การควบคุมแอร์แคเรียร์เป็นเรื่องง่ายและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ผ่านเทคโนโลยี WiFi Built-in ที่ติดตั้งมากับตัวเครื่อง โดยคุณสามารถสั่งงานแอร์ได้จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต โดยไม่จำเป็นต้องใช้รีโมต ช่วยให้การใช้งานสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันได้อย่างลงตัว
ฟีเจอร์เด่นของ Carrier In The Air ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณ

1.ควบคุมแอร์ได้อย่างอิสระผ่าน Control with Technologies
ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานแอร์ ให้สามารถควบคุมได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยแบ่งรูปแบบการสั่งงานออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่
สั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน
ควบคุมแอร์ผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก สามารถใช้งานแทนรีโมตแอร์ได้เลย ควบคุมได้ครบทุกฟังก์ชัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สั่งงานได้ทันที อย่างเช่นการสั่งงานเปิดแอร์ล่วงหน้าก่อนถึงบ้าน เพื่อให้ห้องเย็นฉ่ำรอต้อนรับคุณกลับมาพักผ่อนได้ทันที โดยฟังก์ชันที่สั่งงานได้ผ่านแอปฯ มีดังนี้
- Power ปุ่มสำหรับเปิด-ปิดแอร์
- Auto Mode ระบบปรับการทำงานแบบอัตโนมัติ
- Cool Mode ปรับอากาศให้ได้ความเย็นตามต้องการ
- Dry Mode ปรับลดความชื้นภายในห้อง
- Fan Mode ปรับการกระจายลมแรง หมุนเวียนอากาศทั่วห้อง
- สไลด์ขึ้น – ลง เพื่อปรับอุณหภูมิ ต่ำสุด 17 สูงสุด 30 องศาเซลเซียส
- Fan Speed สำหรับปรับความแรงของลม ระดับ 1-5
- Auto ปรับความแรงของลมแบบอัตโนมัติ
- Quiet โหมดการทำงานเงียบ สำหรับช่วงเวลาที่ต้องการสมาธิหรือเวลานอนหลับ
- Swing – Fix ปรับควบคุมทิศทางของลมได้ตามต้องการ
- Power-Sel เลือกระดับการใช้พลังงานให้เหมาะกับการใช้งาน
- Pure ฟอกอากาศด้วยฟีเจอร์ X-IONIZER
- Eco Mode โหมดประหยัดพลังงาน
- Hi-Power Mode เร่งสปีดความเย็นให้ถึงอุณหภูมิที่ต้องการได้เร็วขึ้น
- Silence Mode การทำงานแบบไร้เสียงสำหรับคอมเพรสเซอร์
- Time ตั้งเวลาสำหรับเปิด-ปิดแอร์ล่วงหน้าได้ตามต้องการ
ระบบสั่งงานด้วยเสียง
ยกระดับความสะดวกสบายไปอีกขั้นด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Control ที่ให้คุณสั่งเปิด-ปิด หรือปรับอุณหภูมิแอร์ได้โดยไม่ต้องเปิดแอปฯ หรือหยิบรีโมต เพียงตั้งค่าเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Smart Home Device ที่รองรับอย่าง Google Home หรือ Amazon Alexa นอกจากนี้ สำหรับการสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟน คุณยังสามารถใช้คำสั่งเสียงผ่านระบบผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัว (Personal Assistant) บนโทรศัพท์ของคุณที่รองรับการทำงานร่วมกันได้ทันที ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับช่วงเวลาที่กำลังนอนพักผ่อน หรือในขณะที่มือไม่ว่าง
วิธีตั้งค่าเพื่อเริ่มต้นใช้งาน (ตัวอย่างการเชื่อมต่อผ่าน Google Home)
1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ Google Home จากนั้นสร้างบัญชีตามขั้นตอนของ Google
2. เข้าสู่แอปฯ Google Home แล้วสร้าง บ้าน (Home) พร้อมตั้งชื่อบ้านที่ต้องการ
3. เปิดแอปพลิเคชัน Google Home กดปุ่มเพิ่มอุปกรณ์ (+) แล้วเลือก “การตั้งค่าอุปกรณ์”
4. เลือกหัวข้อ “ใช้กับ Google ได้” จากนั้นค้นหาแอปพลิเคชัน Carrier In The Air แล้วเชื่อมต่อ
5. ยืนยันการเชื่อมต่อบัญชีโดยกรอก Username และ Password ของแอปฯ Carrier In The Air แล้วกด Sign In
6. เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ Google Home จะแสดงรายชื่อแอร์ตามชื่อที่ตั้งไว้ในแอปฯ Carrier In The Air พร้อมให้สั่งงานได้ทันที
ตัวอย่างการสั่งงาน
เพียงเริ่มต้นด้วยคำเรียกผู้ช่วยอัจฉริยะ ตามด้วยคำสั่งและชื่อแอร์ที่คุณตั้งไว้ เช่น “OK Google, Turn on the Color Smart” เป็นต้น
เพียงเท่านี้ ระบบจะรับคำสั่งและปรับเปลี่ยนการทำงานของแอร์ให้คุณในทันที มอบประสบการณ์ความเย็นที่ชาญฉลาดและล้ำสมัยกว่าที่เคย สามารถดูขั้นตอนแบบละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก

2.ตรวจสอบค่าไฟแบบเรียลไทม์ด้วย REAL TIME POWER CONSUMPTION CHECK
ฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณตรวจสอบการใช้พลังงานไฟฟ้าของแอร์แต่ละเครื่องได้แบบเรียลไทม์ ระบบจะแสดงผลการใช้งานในหน่วย kW/hr พร้อมคำนวณค่าไฟออกมาเป็นหน่วยเงินบาทให้เห็นทันที สามารถเลือกดูข้อมูลได้ทั้งแบบรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ช่วยให้คุณวางแผนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปิดแอร์ได้สบายใจ หายห่วงเรื่องค่าไฟ
วิธีใช้งานฟีเจอร์ตรวจสอบค่าไฟ (Energy Monitoring)
- เปิดแอปฯ แล้วเลือกแอร์เครื่องที่ต้องการตรวจสอบ
- เลือกเมนู Energy Monitoring ในหน้าควบคุมของเครื่องนั้น
- เข้าสู่การตั้งค่า แล้วเลือก เครื่องคำนวณต้นทุน
- ใส่ค่าอัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย เช่น หน่วยละ 3.96 บาท จากนั้นเลือกสกุลเงินเป็น THB แล้วกดตกลง
- ระบบจะแสดงข้อมูลการใช้พลังงานในรูปแบบ กราฟแท่ง หรือ กราฟเส้น ให้เลือกตามความถนัด
- เลือกช่วงเวลาที่ต้องการดู ได้แก่ รายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน เพื่อวิเคราะห์การใช้งานย้อนหลังได้ตลอดทั้งปี
หมายเหตุ: การแสดงผลค่าไฟเป็นหน่วยเงินขึ้นอยู่กับการตั้งค่าอัตราค่าไฟฟ้า (บาท/หน่วย) ที่ผู้ใช้กรอกเข้าไปในระบบ
ยกระดับประสบการณ์สั่งงานแอร์กับ Carrier In The Air
Carrier In The Air คือแอปพลิเคชันอัจฉริยะจากแคเรียร์ที่ช่วยให้คุณสั่งงานแอร์ได้จากทุกที่ผ่าน WiFi Built-in โดยไม่ต้องพึ่งรีโมต รองรับทั้งการควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน และการสั่งด้วยเสียงผ่าน Google Home หรือ Amazon Alexa พร้อมฟีเจอร์ตรวจสอบค่าไฟแบบเรียลไทม์ที่คำนวณออกมาเป็นหน่วยเงินบาทได้ทันที เหมาะกับแอร์แคเรียร์รุ่น XInverter Plus, Copper ION และ Color Smart ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้ง Apple App Store และ Google Play Store หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ carrierthailand.com โทร.1454



