รวมวิธีใช้แอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ประหยัด คุ้มค่าพลังงาน

แคเรียร์บอกต่อใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไร ให้ประหยัดไฟฟ้าค่าไฟแบบสบายกระเป๋า

เพราะบ้านคือพื้นที่แห่งการพักผ่อนที่เต็มไปด้วยความสุขของสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ซึ่งอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ความสุขและความสะดวกสบายภายในบ้านเพิ่มมากขึ้นก็คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และอื่น ๆ อีกเพียบที่อยู่ในแทบจะทุกกิจวัตรประจำวันของเราทุกคน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ค่าไฟต่อเดือนจะออกมาเยอะกว่าที่เราคาดไว้มาก ในบทความนี้แคเรียร์เลยอยากจะมาแนะนำวิธีประหยัดเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าของทุกคน รวมถึงประหยัดพลังงานให้โลกของเราอีกทาง ซึ่งเราสามารถเริ่มต้นได้ดังนี้

• เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สูงสุด 3 ดาว
เพราะช่วยประหยัดค่าไฟได้มาก ไม่ต้องกังวลกับค่าไฟที่ตามมาและผู้ใช้สามารถคำนวนค่าไฟที่จะต้องจ่าย จากเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นได้ทันทีก่อนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นๆ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 มีหน้าที่ให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เราได้พิจารณาข้อมูลและค่าไฟก่อนซื้อ ไม่ว่าจะเป็นระดับการใช้ไฟฟ้า ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายต่อปี ดูวิธีสังเกตุฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ได้ที่นี่ 

• จัดเวลาการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสม
กำหนดเวลาการเปิดปิดที่เหมาะสมชัดเจน เพื่อควบคุมเวลาการใช้งานเท่าที่จำเป็น เช่นการรีดผ้า ควรกำหนดวันสำหรับการรีดผ้า เช่น รีดผ้าทุกวันเสาร์ โดยรีดผ้าหลาย ๆ ตัวช่วงเวลาเดียวกัน เพราะการรีดผ้าหลายๆชุดใน 1 ชั่วโมง จะประหยัดกว่าการเปิดปิดหลายๆ ครั้ง เพื่อรีดเพียงไม่กี่ชุด หรือการกำหนดช่วงเวลาเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศด้วยการตั้งเวลารีโมทเช่น ตั้งเวลา เปิด-ปิด เครื่องก่อนตื่นนอน 30 นาที – 1 ชั่วโมง โดยอุณหภูมิห้องจะยังคงเย็นอยู่และได้พักการทำงาน

• หมั่นดูแลรักษา ทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า 
เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ไหวจะประเภทไหนก็ต้องการ การดูแลรักษากันทั้งนั้น โดยเฉพาะประเภทที่ให้ความเย็น ไม่ว่าจะเป็นแอร์ ตู้เย็น พัดลม จะต้องทำงานหนักมากขึ้นหากมีสิ่งสกปรกอุดตันเป็นจำนวนมาก โดยควรทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้ทุก ๆ 3-6 เดือน เพราะหากทิ้งไว้ให้สิ่งสกปรกอุดตันมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากความเย็นจะลดลงแล้ว จะทำให้อัตราการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงค่าไฟที่มากขึ้นนั่นเอง 

แต่รู้หรือไม่? ว่าเราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เลือกซื้อรวมไปถึงการใช้งานให้ประหยัดพลังงานด้วยวิธีง่าย ๆ เหล่านี้

1.เลือก BTU ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง เพราะหากเลือกแอร์ที่มี BTU เล็กกว่าห้อง ก็จะทำให้แอร์ทำงานหนักมากเกินความจำเป็น กินไฟมากกว่าเดิม ในทางกลับกันหากเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU ใหญ่กว่าห้อง ก็จะเป็นการเปลืองค่าใช้จ่ายในการซื้อแอร์ตั้งแต่แรก

2.ติดแอร์ระบบ Inverter ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สูงสุด 3 ดาว เพราะระบบ Inverter ถูกออกแบบมาให้สามารถประหยัดไฟได้มากกว่าแอร์ระบบอื่น ๆ  ด้วยเซนเซอร์วัดอุณหภูมิภายในห้อง เมื่อความเย็นในห้องอยู่ในอุณหภูมิที่ตั้งไว้ แอร์ระบบ Inverter จะลดการทำงานลงโดยอัตโนมัติ และกลับมาทำงานตามปกติเมื่อต้องทำความเย็นอีกครั้ง ทำให้ได้ความเย็นสม่ำเสมอตลอดเวลา

3. ติดตั้งแอร์ในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยทิ้งระยะห่างจากเพดานไม่ควรใกล้หรือชิดกับเพดานจนเกินไปจะทำให้ยากต่อการดูแลรักษารวมถึงหลีกเลี่ยงจุดที่โดนแสงแดดโดยตรงและเลี่ยงบริเวณที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำให้เกิดความร้อน เพราะจะทำให้เครื่องทำงานหนัก ควรติดตั้งในจุดที่กระจายลมได้ทั่วถึง และไม่ควรติดตั้งให้หันไปทางประตูเพราะความเย็นจะถูกระบายออกจากห้องได้เร็ว

4.  ติดตั้งท่อต่างๆให้มิดชิด กันสิ่งไม่พึงประสงค์ เช่น แมลง หนู และอื่น ๆ เข้าไปติดอยู่ตามท่อ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้แอร์พัง ไม่สามารถใช้งานได้จนต้องเสียค่าซ่อมแซม และควรเลือกใช้เครื่องปรับอากาศที่ใช้งานน้ำยาแอร์ R32 ที่มีประสิทธิภาพการทำความเย็นสูง ลดการทำลายชั้นโอโซน เติมน้ำยาง่าย และมีราคาที่ถูกกว่ารุ่นอื่น ๆ 

5. เปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 26 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ได้รับการยืนยันจากการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ว่าเป็นหนึ่งในเทคนิคที่สามารถช่วยให้เราประหยัดไฟได้ทุกวันอย่างง่าย ๆ เพราะการเพิ่มอุณหภูมิแอร์ 1 องศา จะทำให้เราประหยัดพลังงานได้ถึง 10% เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามความเย็นของแอร์ยังขึ้นอยู่กับการหมั่นตรวจสภาพของแอร์และการดูแลรักษาความสะอาด ซึ่งควรทำการล้างแอร์ทุก ๆ 6 เดือน และถอดแผ่นกรองฝุ่นมาล้างทุก 1 เดือน หลักจากมั่นใจแล้วว่าการติดตั้งแอร์ของเราจะคุ้มค่าการใช้จ่ายและใช้งานมากที่สุดแล้ว ก็ถึงขั้นตอนที่การใช้งานแอร์ให้เย็นสบาย แต่ยังคงความประหยัดพลังงานไว้อยู่ได้ง่าย ๆ ด้วยการเปิดแอร์ที่ 26 องศา

หากพบปัญหาในการใช้งานแคเรียร์ ไม่ต้องกังวลเพราะเรามีทีมช่างพร้อมให้บริการโดยสามารถ แจ้งซ่อมได้ผ่านทาง 3 ช่องทางดังนี้

แจ้งซ่อมผ่านคอลเซ็นเตอร์ โดยทางคอลเซ็นเตอร์จะถามถึงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลของแอร์ หลังจากได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว จะมีข้อความแจ้งผ่านทางโทรศัพท์ เป็นใบแจ้งซ่อม โดยเราสามารถโทรไปเช็กขั้นตอนการดำเนินการได้ เพียงแค่บอกเลขการแจ้งซ่อมเท่านั้น สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์ได้ที่ 1454 ทุกวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 17.30 น. 

แจ้งซ่อมผ่านระบบออนไลน์ ก่อนที่เราจะแจ้งซ่อมได้ต้องมีการลงทะเบียนไว้ก่อน แคเรียร์ขอแนะนำให้ลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงติดตั้งแอร์แรก ๆ เลยจะดีที่สุด เพราะหากมีข้อมูลคาดเคลื่อน เราสามารถนำใบเสร็จมายืนยันได้ทันที โดยวันที่รับประกันจะนับตั้งแต่วันติดตั้งในใบเสร็จนั่นเอง เมื่อมีการลงทะเบียนแล้วเราก็สามารถแจ้งซ่อมและเช็คสถานะผ่านเว็บไซต์ได้เลย สามารถเข้าไปได้ ที่นี่

แจ้งซ่อมผ่าน LINE@ : @CARRIERCARE จะมีทีมงานที่คอยประสานงานกับฝ่ายคอลเซ็นเตอร์ เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น รวมถึงนัดซ่อมให้ ซึ่งทุกท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางนี้เช่นกัน เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 17.30 น.

บทความที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาห้องเหม็นอับ ไม่มีหน้าต่าง ทำไงดี

ปัญหาห้องเหม็นอับ ไม่มีหน้าต่าง ทำไงดี

ห้องมีกลิ่นเหม็นใครว่าเป็นเรื่องตลก ปัญหากวนใจเหล่านี้ไม่ได้ทำให้คุณหงุดหงิดใจเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นตอของการเกิดโรคต่างๆ ได้อีกด้วย หากคุณกำลังสงสัยว่า ห้องเหม็นอับ

อ่านต่อ
10 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่น มินิมอล โมเดิร์นแต่อบอุ่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

10 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่น มินิมอล โมเดิร์นแต่อบอุ่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ห้องนั่งเล่นถือเป็นหัวใจหลักของบ้านสำหรับหลายครอบครัว เพราะแทบจะทุกกิจกรรมเกิดขึ้นภายในห้องแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือดูทีวี เป็นต้น

อ่านต่อ
PM 2.5 Filter ในแอร์บ้านแคเรียร์ ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็ก เพื่อความสะอาดที่มากกว่า

PM 2.5 Filter ในแอร์บ้านแคเรียร์ ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็ก เพื่อความสะอาดที่มากกว่า

Highlight เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ามลพิษนั้นมีผลเสียต่อร่างกายเรา แต่รู้กันหรือไม่ว่ายิ่งฝุ่นละอองเล็กมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้นเท่านั้น เพราะฝุ่นที่มีขนาดเล็กสามารถเข้าไปถึงทางเดินหายใจและปอดของเราได้เลย ฝุ่นบางชนิดมีอนุภาคที่เล็กมาก ๆ

อ่านต่อ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

ฉันต้องการค้นหา

แชร์บทความ Carrier