Highlight
- หน้าฝนต้องระวัง ! ไฟตก ไฟดับ ไฟกระชาก อาจส่งผลต่อการทำงาน และแผงวงจรของแอร์
- ไฟตก ไฟกระชาก ทำแอร์เสียไหม? ความผันผวนของกระแสไฟอาจทำให้แอร์ทำงานผิดปกติ และส่งผลต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่อง
- 6 วิธีดูแลแอร์เมื่อไฟฟ้าไม่เสถียรได้แก่ ปิดแอร์ทันทีเมื่อไฟกะพริบ ตรวจสอบว่าเกิดกับทั้งบ้านหรือเฉพาะแอร์ อย่าสับเบรกเกอร์ซ้ำทันทีเมื่อไฟตัด รอให้ไฟกลับมานิ่งก่อนเปิดใช้งาน ตรวจสอบระบบไฟภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ และเลือกแอร์ที่มีระบบช่วยป้องกันแรงดันไฟไม่เสถียร
- ปัญหาสุด Shock แต่แอร์แคเรียร์ Anti-Shock ระบบช่วยลดผลกระทบจากความไม่เสถียรของกระแสไฟ
- ลดความเสี่ยงจากไฟไม่เสถียร ด้วยแอร์แคเรียร์ที่พร้อมรับมือ
ช่วงหน้าฝน หรือช่วงที่มีพายุเข้า หลายบ้านอาจต้องเจอกับปัญหา ไฟตก ไฟดับ หรือไฟกระชาก ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว นอกจากจะสร้างความหงุดหงิดที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่างหยุดชะงักกลางคันแล้ว ยังส่งผลต่อการใช้งานตามมาอีก และยิ่งเป็นแอร์ที่เปิดอยู่ตลอดเวลา คำถามที่ตามมาคงจะเป็น “ไฟตก ไฟกระชาก ทำแอร์เสียไหม ?” เพราะนอกจากทำให้แอร์หยุดทำงาน หรือเปิดไม่ติดแล้ว ความผันผวนของกระแสไฟยังอาจส่งผลต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายนเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะแผงวงจร และอาจกระทบต่ออายุการใช้งานในระยะยาวอีกด้วย
ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหา ไฟตก ไฟดับ หรือไฟกระชาก การเรียนรู้วิธีรับมือที่ถูกต้องจึงช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องปรับอากาศ และช่วยให้ใช้งานแอร์ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
ไฟตก ไฟกระชาก ทำแอร์เสียไหม ?
คำตอบคือ “ใช่” โดยเฉพาะแอร์รุ่นที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแผงวงจควบคุมหลายส่วน เมื่อแรงดันไฟฟ้าไม่คงที่ อาจทำให้การทำงานของแอร์ผิดปกติ แผงวงจรไหม้ ชิปควบคุมรวน หรือคอมเพรสเซอร์น็อกจนค่าซ่อมพุ่งสูงกว่าค่าไฟก็เป็นได้ !
ยิ่งในช่วงหน้าฝนที่มีโอกาสเกิดพายุ ฟ้าผ่า ฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละร้อยต่อพื้นที่แบบนี้ ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเปิดแอร์ในช่วงที่กระแสไฟยังไม่เสถียร แล้วถ้าเกิดไฟตก หรือไฟกระชากขึ้นมา ควรดูแลแอร์อย่างไร ? วันนี้เรามี 6 วิธีดูแลแอร์เมื่อไฟฟ้าไม่เสถียร ที่ทำตามได้ง่าย ๆ มาฝาก
6 วิธีดูแลแอร์เมื่อไฟฟ้าไม่เสถียร
- ปิดแอร์ทันทีเมื่อไฟกะพริบ
หากสังเกตเห็นไฟในบ้านกะพริบ หรี่ลง หรือมีอาการผิดปกติ อย่าพึ่งคิดว่าผีหลอก ! แต่ควรรีบปิดเครื่องปรับอากาศทันที เพื่อหยุดการทำงาน และลดความเสี่ยงจากแรงดันไฟฟ้าที่ไม่คงที่ เพราะการที่กระแสไฟมาไม่สม่ำเสมอจะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อพยายามรักษาแรงดันไฟ ส่งผลให้มอเตอร์ร้อนจัด และแผงวงจรช็อตได้ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่มีฝนตกหนัก หรือพายุเข้า หากไฟเริ่มกะพริบบ่อย ๆ อย่าฝืนเปิดแอร์ต่อ จนกว่าระบบไฟฟ้าจะกลับมาเป็นปกติ
- ตรวจสอบว่าเกิดกับทั้งบ้านหรือเฉพาะแอร์
เมื่อแอร์ดับ หรือทำงานผิดปกติ ลองสังเกตเคร่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ภายในบ้านว่ามีอาการเดียวกันหรือไม่ หากไฟตก หรือไฟกะพริบเกิดขึ้นกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายจุด อาจเป็นปัญหาจากระบบไฟฟ้าภายใน หรือระบบจ่ายไฟภายนอก แต่ถ้าเกิดขึ้นเฉพาะกับแอร์ อาจต้องตรวจสอบระบบไฟ และตัวเครื่องเพิ่มเติม เพื่อช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น
- อย่าสับเบรกเกอร์ซ้ำทันทีเมื่อไฟตัด
เมื่อเบรกเกอร์แอร์ตัดลงมา ห้ามดันเบรกเกอร์ขึ้นทันทีโดยเด็ดขาด เพราะหากระบบไฟยังไม่เสถียร การจ่ายไฟเข้าเครื่องซ้ำ ๆ อาจส่งผลต่อความเสียหายของระบบไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของแอร์ได้ ดังนั้น ควรรอให้ระบบไฟกลับมาเป็นปกติ และหากเบรกเกอร์ตัดซ้ำบ่อย ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง
- รอให้ไฟกลับมานิ่งก่อนเปิดใช้งาน
แม้ไฟจะกลับมาสว่างนิ่งแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าแรงดันไฟจะกลับมาเสถียรทันที ทางที่ดีควรรอประมาณ 3 – 5 นาที เพื่อให้ระบบไฟฟ้าในบ้าน และกระแสไฟจากการไฟฟ้าปรับแรงดันเข้าสู่ภาวะปกติ จึงค่อยเปิดเครื่องปรับอากาศอีกครั้ง
- ตรวจสอบระบบไฟภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ
หากบ้านมีปัญหาไฟตก ไฟกระชากบ่อย ไม่ควรแก้ด้วยการปิดแอร์ทุกครั้ง แต่ควรตรวจสอบระบบไฟภายในบ้านโดยตรง เพราะปัญหาเหล่านี้อาจเกิดจากระบบสายไฟในบ้านเก่า เบรกเกอร์เสื่อมสภาพ หรือมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเกินกำลังก็ได้ การเรียกช่างมาตรวจสอบเบรกเกอร์ สายไฟ หรือระบบที่จ่ายไฟให้เครื่องปรับอากาศ เป็นประจำ อย่างน้อย 6 เดือนครั้ง จะช่วยป้องกันความเสียหายต่อแอร์ได้ในระยะยาว
- เลือกแอร์แคเรียร์ที่มีระบบช่วยป้องกันแรงดันไฟไม่เสถียร
อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน คือการเลือกเครื่องปรับอากาศ ที่มีระบบช่วยรับมือกับความผันผวนของแรงดันไฟฟ้าได้ อย่าง แอร์แคเรียร์ รุ่น BeyondX XInverter Plus และ Copper ION ที่มีระบบ Anti-Shock ช่วยกรองกำลังไฟไม่คงที่ และลดผลกระทบต่อแผงวงจรจากไฟตก ไฟเกิน และไฟกระชาก เพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน พร้อมลดค่าใช้จ่ายที่เราอาจต้องเสียเพิ่มได้อีกด้วย

ปัญหาสุด Shock แต่แอร์แคเรียร์ Anti-Shock
ปัญหา ไฟตก ไฟดับ และไฟกระชาก อาจเกิดได้ทุกเวลา ซึ่งในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วแรงดันไฟฟ้ามาตรฐานจะอยู่ที่ 220 โวลต์ แต่ในชีวิตประจำวันเราไม่สามารถควบคุมความเสถียรของกระแสไฟฟ้าที่ส่งเข้าบ้านได้ทั้งหมด
เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องปรับอากาศ ระบบ Anti-Shock ในแอร์แคเรียร์ จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยรับมือกับความไม่เสถียรของกระแสไฟฟ้า โดยจะแบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่
- Electric Noise
ช่วยกรองกำลังไฟที่ไม่คงที่ เพื่อให้กระแสไฟที่จ่ายเข้าสู่เครื่องมีความเสถียรมากขึ้น โดยสามารถรองรับแรงดันไฟฟ้าที่ต่ำสุด 180 โวลต์ และยังสามารถทำงานได้ตามปกติ นอกจากช่วยลดโอกาสที่แอร์จะดับจากไฟตกแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแผงวงจรจากความผันผวนของกระแสไฟฟ้า จึงช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาวได้ด้วย
- Thunder Surge
ช่วยป้องกันแรงดันไฟฟ้าสูงจากฟ้าผ่า อีกหนึ่งความเสี่ยงที่มาพร้อมหน้าฝน นั่นก็คือ ไฟกระชากจากฟ้าผ่า ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าสูงและส่งผลกระทบต่อแผงวงจรภายในเครื่องปรับอากาศ ระบบ Thunder Surge ของแคเรียร์สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้ากระชากได้สูงสุดถึง 10,000 โวลต์ ซึ่งสูงกว่าระดับมาตรฐานที่กำหนดไว้ 2,000 โวลต์ เมื่อเกินฟ้าผ่า ค่าไฟฟ้าจะวิ่งเข้ามาผ่านตัวรับแรงกระชากไฟที่มีลักษณะเป็นหลอดแก้ว Thunder Surge Absorber ที่ช่วยลดความเสี่ยงแรงดันไฟฟ้าสูงจะส่งผลกระทบต่อแผงวงจรควบคุมภายในเครื่อง
ลดความเสี่ยงจากไฟไม่เสถียร ด้วยแอร์แคเรียร์ที่พร้อมรับมือ
แม้เราจะไม่สามารถควบคุมปัญหาไฟตก ไฟดับ หรือไฟกระชากได้ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องปรับอากาศได้ด้วยการใช้งานอย่างถูกวิธี และเลือกแอร์ที่มีระบบช่วยรับมือกับความผันผวนของกระแสไฟฟ้าได้
รู้แบบนี้แล้วมาเลือกแอร์แคเรียร์ที่มีระบบ Anti-Shockกันเถอะ !



