รวมเคล็ดลับเลือก ไฟแต่งห้อง เปลี่ยนบรรยากาศห้องด้วยไฟแต่งห้อง

รวมเคล็ดลับเลือก ไฟแต่งห้อง เปลี่ยนบรรยากาศห้องด้วยไฟแต่งห้อง

แม้ว่าจะดูเป็นไอเทมแต่งบ้านที่ไม่ถูกพูดถึงมากนัก แต่การเลือกไฟแต่งห้องก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บ้านดูมีมิติ มีความผ่อนคลาย และแสดงตัวตนได้ดีอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งห้องต่าง ๆ ในบ้าน ไปจนถึงการเลือกใช้ไฟแต่งบ้านหลายสไตล์มาแมตช์กับดีไซน์ของบ้าน ซึ่งวันนี้แคเรียร์จะมาแนะนำการเลือกไฟแต่งห้องที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านให้ดีขึ้นกัน  ประเภทของไฟแต่งห้อง แน่นอนว่า ไฟแต่งห้องมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เราจะไปดูกันว่า ไฟที่ใช้ในบ้านมีแบบไหนกันบ้าง 1. ไฟเพดาน จุดเด่นของไฟประเภทนี้ก็คือ การให้แสงสว่างทั่วทั้งห้อง โดยอาจจะเลือกเป็นไฟดาวน์ไลท์เพื่อเพิ่มความสว่างได้ดี หรือจะเป็นโคมไฟเพดาน Chandelier ที่มีให้เลือกทั้งสไตล์หรูหรา หรือจะเน้นความเป็นโมเดิร์นมินิมอลก็ได้เช่นกัน ส่วนใครที่อยากให้บ้านดูเรียบหรูก็ยังมีไฟซ่อนฝ้าที่บ้านยุคใหม่ชอบใช้กัน 2. ไฟผนัง มาเป็นไฟอีกประเภทที่เพิ่มความเก๋ให้กับบ้านได้ เพราะไฟผนังมักจะมีลูกเล่นที่เข้ากับดีไซน์บ้านได้ดี นอกจากนี้ยังให้แสงสว่างกับจุดใดจุดหนึ่งของบ้านได้ดี เพิ่มความเป็นสัดส่วนไปในตัว 3. ไฟตั้งโต๊ะ ใครที่เป็นหนอนหนังสือหรืออยากมีไฟบริเวณหัวเตียงไว้ดูซีรีส์ก่อนนอน การเลือกไฟตั้งโต๊ะมาแต่งห้องก็ถือเป็นอีกไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นไฟตั้งโต๊ะหรือโคมไฟตั้งพื้นก็เหมาะกับคนที่ชอบไฟแบบนี้แน่นอน ข้อพิจารณาในการเลือกไฟแต่งห้อง ก่อนที่เราจะเลือกซื้อไฟแต่งห้องนั้น ต้องไม่ลืมว่า เราควรจะพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้เสียก่อน เพื่อที่จะได้ไฟที่เข้ากับบ้านและการใช้งานมากที่สุด 1. ดีไซน์และขนาดห้อง ต้องบอกว่า การเลือกไฟที่เข้ากับดีไซน์สำคัญกับห้องมาก ๆ รวมถึงขนาดของห้องเพื่อให้ได้แสงสว่างที่เหมาะสม ไม่สว่างเกินไปจนร้อนและไม่น้อยเกินไปจนทำให้เสียสายตาในภายหลัง 2. งบประมาณในการแต่งห้อง หากใครมองหาไฟเพดานหรือ Chandelier อยู่ ก็อาจจะต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณเอาไว้เช่นกัน เพราะไฟแบบนี้มักจะมีราคาสูง แต่ตัวไฟแต่งห้องก็ยังมีตัวเลือกเยอะ […]

แชร์แบบบ้านญี่ปุ่น เรียบง่าย เน้นธรรมชาติ พร้อมไอเดียแต่งบ้านญี่ปุ่นให้เหมาะกับอากาศเมืองไทย

แชร์แบบบ้านญี่ปุ่น เรียบง่าย เน้นธรรมชาติ พร้อมไอเดียแต่งบ้านญี่ปุ่นให้เหมาะกับอากาศเมืองไทย

สไตล์บ้านญี่ปุ่นไม่เคยหายไปจากใจคนไทยเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าคนที่ชอบบ้านที่เน้นความเรียบง่าย ดูสบายตา เหมาะกับการพักผ่อนหลังเลิกงานหรือวันหยุด รวมถึงอาจจะมีพื้นที่เล็ก ๆ เอาไว้เป็นสวนหย่อมสีเขียวไว้เป็นกิจกรรมยามว่าง แน่นอนว่า การที่จะปลูกบ้านสไตล์นี้ในประเทศไทยก็อาจจะมีข้อพิจารณาบางอย่างอยู่เช่นกัน แล้ววันนี้แคเรียร์จะแนะนำไอเดียที่เหมาะกับบ้านญี่ปุ่นในประเทศของเรากัน เสน่ห์ของบ้านญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่ทำให้บ้านญี่ปุ่นดูดีขึ้นมาก็คือ ความเรียบง่าย เน้นใช้งานจริงและกลมกลืนไปกับพื้นที่รอบตัวบ้าน ซึ่งเกิดจากพื้นฐานของการเน้นความสงบและการใช้ชีวิตจริงนั่นเอง นอกจากนี้ยังจะมีจุดเด่นอื่น ๆ อย่างการใช้ประตูกระดาษเลื่อน เสื่อทาทามิ ไปจนถึงการแบ่งโซนที่ชัดเจนตั้งแต่หน้าประตูบ้าน ข้อดีของบ้านญี่ปุ่น ด้วยความที่บ้านญี่ปุ่นมีเสน่ห์ไม่น้อยเลย จึงทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก เราไปดูข้อดีของบ้านสไตล์นี้กัน 1. เรียบง่าย สบายตา เนื่องจากบ้านสไตล์นี้มักจะเน้นการตกแต่งให้เรียบง่ายเป็นสัดส่วน จึงทำให้บ้านดูโปร่งสบายตา มีพื้นที่ให้ใช้งานจริง และรู้สึกสงบเวลาอยู่บ้าน 2. เข้าถึงกับคนทุกวัย ไม่ว่าสมาชิกในบ้านจะอยู่ในเจนไหน บ้านญี่ปุ่นมักจะสามารถนำไปแมตช์กับสไตล์อื่นได้ดี ทั้งโมเดิร์น นอร์ดิก หรือจะเป็นลอฟท์ก็สามารถนำไปผสมกับไอเดียของบ้านญี่ปุ่นได้ดี  3. เน้นใช้งานจริง แม้ว่าบ้านสวยจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำหรับการเลือกปลูกหรือซื้อบ้าน แต่อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การใช้งานจริง ซึ่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นจะเน้นความสะดวกสบายเป็นหลักและใช้งานพื้นที่ต่าง ๆ ได้จริง 4. มีความเป็นธรรมชาติ อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของบ้านญี่ปุ่นก็คือ การใช้ไม้ ซึ่งจะช่วยถ่ายเทความร้อนได้ดี ทำให้บ้านเย็นสบายได้ตลอดทั้งวัน และเหมาะกับประเทศไทยที่มีความร้อนชื้นสูง  5. มีความยืดหยุ่นสูง […]

คำนวณง่าย ๆ ด้วยตัวเอง แอร์ 9,000 BTU กินไฟกี่วัตต์ คิดเป็นเงินเท่าไหร่ พ่อบ้านแม่บ้านรู้ทันค่าไฟ

คำนวณง่าย ๆ ด้วยตัวเอง แอร์ 9,000 BTU กินไฟกี่วัตต์ คิดเป็นเงินเท่าไหร่ พ่อบ้านแม่บ้านรู้ทันค่าไฟ

ใครที่มีห้องขนาดเล็กก็อาจจะมองหาแอร์ขนาด 9,000 BTU เอาไว้ เพราะน่าจะเหมาะกับขนาดห้องมากที่สุด แต่ก็อาจจะมีข้อสงสัยตามมาว่า แอร์ 9,000 BTU กินไฟกี่วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเท่าไหร่ วันนี้แคเรียร์จะพาทุกคนไปหาคำตอบกัน นอกจากนี้ยังมีวิธีการใช้แอร์ให้ได้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านไปในตัว พร้อมแล้วไปดูกัน วิธีคำนวณแอร์บ้าน กินไฟกี่วัตต์ เริ่มจากการนับวัตต์กันก่อน โดยวัตต์คือหน่วยวัดกำลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านนั่นเอง ซึ่งตามปกติแอร์บ้านระบบอินเวอร์เตอร์จะกินไฟประมาณ 210 – 3,000 วัตต์ ขึ้นอยู่กับขนาดของแอร์  𝐼(𝐴𝑚𝑝𝑒𝑟𝑒 − 𝐴) = P (W-Watt/V-Volt) 𝑃(𝑊𝑎𝑡𝑡 − 𝑊) = 𝐼(𝐴𝑚𝑝𝑒𝑟𝑒 − 𝐴) × 𝑉(𝑉𝑜𝑙𝑡 − 𝑉) • I = กระแสไฟฟ้า มีหน่วยเป็น แอมแปร์ (Ampere – A) • P = กําลังไฟฟ้า […]

รู้ก่อนซื้อ ที่บังแดด คอมแอร์ ช่วยป้องกันอะไรได้บ้าง จำเป็นหรือไม่

รู้ก่อนซื้อ ที่บังแดด คอมแอร์ ช่วยป้องกันอะไรได้บ้าง จำเป็นหรือไม่

เคยกังวลเรื่องคอมเพรสเซอร์โดนแดด โดนฝนหรือเปล่า หนึ่งในวิธีแก้ของหลายคนก็คือ การหาที่บังแดดคอมแอร์เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้คอมแอร์เสียหาย หรือเกิดชำรุดโดยไม่จำเป็น ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันว่า ที่บังแดดช่วยป้องกันอะไรบ้าง จำเป็นกับคอมเพรสเซอร์แอร์จริง ๆ หรือไม่ รวมถึงคำแนะนำต่าง ๆ ที่แคเรียร์พร้อมจะช่วยให้ทุกคนดูแลรักษาแอร์ให้ใช้งานได้นานมากขึ้น ที่บังแดด คอมแอร์ช่วยอะไรบ้าง คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ควรสัมผัสแดดจัดโดยตรงเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดความร้อนสะสมและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น การติดตั้ง ที่บังแดดคอมแอร์ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยปกป้องเครื่องและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ดี โดยที่บังแดดคอมแอร์สามารถช่วยในหลายด้าน ได้แก่ ประเภทของที่บังแดดคอมแอร์ ตามปกติแล้ว ที่บังแดดคอมแอร์จะสามารถแบ่งได้ตามวัสดุที่ใช้งาน ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น วิธีเลือกที่บังแดดคอมแอร์ ก่อนที่จะเลือกซื้อที่บังแดดคอมแอร์ เราก็จำเป็นจะต้องรู้จักกับปัจจัยต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เราติดตั้งที่บังแดดหรือกันสาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. เลือกดีไซน์โปร่งเสมอ เนื่องจากคอมเพรสเซอร์แอร์จำเป็นจะต้องอยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทเสมอ ไม่ว่าจะใช้วัสดุที่เป็นเหล็กหรือไม้ก็ตาม ควรจะมีช่องสำหรับระบายอากาศได้ดี 2. ใช้วัสดุที่แข็งแรง ต้องไม่ลืมว่า การติดที่บังแดดคอมแอร์จะต้องช่วยป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์เจอกับสิ่งสกปรก ไปจนถึงป้องกันสิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะตกลงมาได้ ฉะนั้นควรจะเลือกใช้วัสดุที่แข็งแรงเพื่อป้องกันความเสียหายและไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง 3. เลือกที่บังแดดไม่ขัดขวางการซ่อมบำรุง แม้ว่าที่บังแดดจะโปร่งรับลมและแข็งแรงก็ตาม แต่จำเป็นจะต้องมีช่อง เปิดให้ถอดออกได้ง่าย เพื่อไม่เป็นอุปสรรคในระหว่างการซ่อมบำรุงตัวคอมเพรสเซอร์ในช่วงที่ต้องล้างแอร์หรือมีการตรวจสอบชิ้นส่วนต่าง ๆ คำแนะนำก่อนติดที่บังแดดคอมแอร์ แม้ว่าเราจะเลือกซื้อที่บังแดดคอมแอร์กันได้แล้ว แต่วันนี้ […]

คอมแอร์ทํางาน แต่พัดลมไม่หมุน เกิดจากอะไร วิธีแก้อย่างไร แคเรียร์มีคำตอบ 

คอมแอร์ทํางาน แต่พัดลมไม่หมุน เกิดจากอะไร วิธีแก้อย่างไร แคเรียร์มีคำตอบ

ใครเคยเจอปัญหาที่เปิดแอร์แล้ว คอมแอร์ทำงาน แต่พัดลมไม่หมุนบ้าง ถือเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ แต่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อคอมเพรสเซอร์แอร์ขัดข้อง หรือคอมแอร์ถูกใช้มาเป็นเวลานาน และไม่ได้มีการดูแลรักษาอย่างดี วันนี้แคเรียร์จะพาไปทุกคนไปรู้สาเหตุของปัญหาคอมแอร์ ไปจนถึงวิธีการแก้ไขเพื่อให้แอร์ของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนปกติ อาการคอมแอร์ทำงาน แต่พัดลมไม่หมุน วิธีสังเกตอาการคอมแอร์ทำงาน แต่พัดลมไม่หมุน ได้ง่าย ๆ ดังนี้หลังจากที่เราเปิดเครื่องปรับอากาศตามปกติ หรือตั้งอุณหภูมิจากรีโมทแอร์แล้ว แต่ภายในห้องกลับไม่เย็น แม้ว่าจะมีลมออกมาจากแอร์ก็ตาม ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ามอเตอร์พัดลมแอร์ไม่หมุน หรือสามารถสังเกตจากคอมแอร์ได้โดยตรงเพื่อทำการแก้ไขหรือเรียกช่างเข้ามาตรวจสอบต่อไป สาเหตุของคอมแอร์ทำงาน แต่พัดลมไม่หมุน เมื่อเรารู้อาการของคอมแอร์ทำงาน แต่พัดลมไม่หมุนแล้ว ต่อมาเราก็ต้องมาดูต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยให้เราทำความเข้าใจกับการแก้ไขได้ง่ายขึ้น 1. มีชิ้นส่วนชำรุด หนึ่งในสาเหตุยอดฮิตก็คือ การที่ชิ้นส่วนอะไหล่ของคอมเพรสเซอร์แอร์มีการชำรุดเสียหาย โดยเฉพาะในส่วนของคาปาซิเตอร์ที่เมื่อมีการใช้งานมาเป็นเวลานานก็อาจจะเกิดการบวม หรือเสื่อมสภาพ ไปจนถึงพัดลมแอร์มีอาการหมุนช้าหรือไม่หมุน จนทำให้แอร์ไม่ทำงานในที่สุด 2. มีสิ่งสกปรกอุดตัน หากแอร์ของเราใช้งานมานาน ก็อาจจะเกิดสิ่งสกปรกอุดตันสะสม จนกระทั่งทำให้ระบบเซ็นเซอร์ทำงานได้ไม่เต็มที่ และพัดลมคอมแอร์ไม่หมุนในที่สุด 3. มอเตอร์พัดลมเสีย หากแอร์ทำงานหนักเกินไป แผงคอยล์ร้อนสกปรก การระบายอากาศไม่ดี หรือคาปาซิเตอร์เสื่อม อาจทำให้มอเตอร์พัดลมเกิดความร้อนสะสมจนเสียได้ในที่สุด วิธีแก้ไขอาการคอมแอร์ทำงาน แต่พัดลมไม่หมุน ตอนนี้หลายคนคงอยากรู้แล้วว่า ถ้าหากคอมแอร์ทำงาน แต่พัดลมไม่หมุนจะต้องแก้ไขอย่างไรบ้าง แคเรียร์มีคำแนะนำดี […]

Article Test

Lorem Ipsum is simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry’s standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic […]

ปัญหารีโมทแอร์กดไม่ค่อยติด ทำอย่างไรได้บ้าง

ปัญหารีโมทแอร์กดไม่ค่อยติด ทำอย่างไรได้บ้าง

เคยไหมที่ตอนอากาศร้อนจัดอยากเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ แต่พอกดรีโมทเท่าไรก็ไม่ติด หรือบางครั้งกว่าจะตอบสนองก็ต้องกดแรง ๆ หลายรอบจนเริ่มหงุดหงิด อาการแบบนี้คือหนึ่งในปัญหายอดฮิตของทุกบ้าน โดยเฉพาะเมื่อใช้แอร์มานานหลายปี ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่าปัญหารีโมทแอร์กดไม่ค่อยติดเกิดจากอะไรแน่ จะเป็นเพราะถ่านหมด รีโมทพัง หรือเป็นที่ตัวเครื่องแอร์กันแน่ วันนี้เรามาไขคำตอบ พร้อมแนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองก่อนเรียกช่างค่ะ รีโมทแอร์กดไม่ค่อยติดเกิดจากอะไร ปัญหารีโมทแอร์กดไม่ค่อยติดเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากตัวรีโมทเองและจากระบบรับสัญญาณของแอร์ และนี่อาจเป็นต้นตอของปัญหานี้ค่ะ สาเหตุอันดับหนึ่งที่เชื่อว่าหลายคนจะนึกถึง ถ่านที่ใกล้หมดจะทำให้แรงดันไฟไม่พอที่จะส่งสัญญาณอินฟราเรดจากรีโมทไปถึงตัวรับสัญญาณของแอร์ เมื่อเราใช้รีโมทไปนาน ๆ คราบความชื้นอาจทำให้ขั้วถ่านเกิดสนิมหรือออกไซด์ขึ้นได้ ทำให้กระแสไฟไหลได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้กดแล้วแอร์ไม่ตอบสนองนั่นเอง บางครั้งปัญหาเกิดจากภายในรีโมทเอง โดยเฉพาะถ้าเคยตกพื้นแรง ๆ ก็อาจทำให้แผงวงจรชำรุด หลุดหลวม หรือปุ่มยางภายในสึกหรอ ทำให้ปุ่มไม่สัมผัสกับบอร์ดวงจรได้ หรือแม้แต่การที่รีโมทเคยโดนน้ำหรือมีคราบฝุ่นเกาะภายในวงจรก็อาจส่งผลต่อการส่งสัญญาณเช่นกัน รีโมทแอร์ส่วนใหญ่ใช้ระบบส่งสัญญาณอินฟราเรด ซึ่งต้องมองเห็นกันระหว่างรีโมทกับตัวแอร์ หากมีสิ่งของบัง เช่น ผ้าม่าน กรอบรูป หรือฝุ่นเกาะหนาที่บริเวณเซ็นเซอร์ก็ส่งผลต่อการรับสัญญาณได้ รีโมทแอร์ส่วนใหญ่ส่งสัญญาณได้ในระยะประมาณ 5 – 7 เมตร และต้องเล็งตรง ๆ ไปที่แผงรับสัญญาณ ถ้ายืนไกลหรืออยู่ในมุมเฉียงมากเกินไปสัญญาณก็อาจจะไปไม่ถึง ในบางกรณีรีโมทอาจปกติดี แต่ตัวรับสัญญาณ (IR Receiver) ที่อยู่บนเครื่องแอร์เสียหรือหลวม […]

รู้จักการแต่งบ้านสไตล์ Modern Classic เรียบ หรู มีระดับ บ่งบอกตัวตนเจ้าของบ้าน

รู้จักการแต่งบ้านสไตล์ Modern Classic เรียบ หรู มีระดับ บ่งบอกตัวตนเจ้าของบ้าน

ใครเป็นสายอาร์ตก็คงจะสนใจแต่งบ้านแบบ Modern Classic กันอย่างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่แล้ว บ้านสไตล์นี้มักจะได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะในยุคเฟื่องฟูและนำมาประยุกต์ให้เข้ากับปัจจุบัน จนกลายเป็นบ้าน Modern Classic นั่นเอง ซึ่งความเรียบง่ายผสมกับความร่วมสมัยทำให้บ้านแบบนี้เป็นที่นิยม ดูหรูมีระดับและบ่งบอกตัวตนได้ดีเช่นกัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับทุกแง่มุมของบ้านโมเดิร์นสุดคลาสสิกนี้กัน สไตล์บ้าน Modern Classic เป็นแบบไหน ด้วยวัฒนธรรมที่มาจากยุโรปเป็นหลัก บ้าน Modern Classic เลยได้อิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบกรีกโรมันเข้ามาเต็ม ๆ ซึ่งทำให้การตกแต่งจะเต็มไปด้วยรายละเอียดค่อนข้างเยอะ แต่ยังเน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้งานได้จริง และมีความเรียบง่ายมากขึ้นแบบโมเดิร์น โดยอาจแยกตามสไตล์เหล่านี้ จุดเด่นของบ้าน Modern Classic หลายคนอาจยังสงสัยว่า ทำไมบ้าน Modern Classic ถึงเป็นที่นิยมของคนจำนวนมาก ส่วนใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจอยู่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูจุดเด่นของบ้านสไตล์นี้กัน 1. ดูสบายตา ภาพรวมของสีในบ้านมักจะใช้โทนสีสบายตา เน้นความสว่างและผ่อนคลาย ทำให้บ้านน่าอยู่ ดูไม่อึดอัดจนเกินไป นอกจากนี้ยังเน้นพื้นที่โปร่งและสามารถใช้งานพื้นที่ได้มากขึ้น 2. เฟอร์นิเจอร์มีสไตล์ ส่วนใหญ่แล้วเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ Modern Classic มักจะถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน และคัดสรรวัสดุที่ดูหรู แต่เน้นความแข็งแรง และทนทาน จนสามารถใช้งานได้ในระยะยาว 3. […]

5 วิธีแก้ปัญหาห้องอับชื้น ลดความชื้นในห้อง พร้อมวิธีป้องกันห้องอับชื้น

5 วิธีแก้ปัญหาห้องอับชื้น ลดความชื้นในห้อง พร้อมวิธีป้องกันห้องอับชื้น

ปัญหาห้องอับชื้นถือเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดใจไม่น้อยเลย ยิ่งถ้าหากต้องการจะรับแขกหรือเพื่อน ๆ เข้ามาที่บ้านก็อาจทำให้บ้านดูไม่น่ามองได้เลยทีเดียว ซึ่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นี้สามารถแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเกิดในห้องนอน ห้องน้ำ หรือห้องนั่งเล่น วันนี้เรามาดูวิธีแก้ปัญหาและป้องกันกลิ่นเพื่อที่จะให้ห้องดูดี พร้อมรับเพื่อน ๆ มาเยี่ยมบ้าน รวมถึงทำให้ห้องมีกลิ่นสดชื่นมากกว่าเดิม ไปดูกันเลย ห้องอับชื้นเกิดจากอะไร อาจมีบางครั้งที่เราอาจลืมดูแลบ้าน จนทำให้ห้องอับชื้นได้ อันดับแรกเราจะมาดูสาเหตุที่ทำให้ห้องมีกลิ่นกัน 1. ห้องไม่มีหน้าต่าง หนึ่งในสาเหตุแรก ๆ ที่ทำให้ห้องอับชื้นได้ ก็คือการที่ห้องไม่มีการระบายอากาศที่ดี และการที่ห้องไม่มีหน้าต่างก็ทำให้ห้องเหม็นได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้งานและสะสมความชื้นมากขึ้น จนเกิดเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ในที่สุด 2. กลิ่นอับจากเสื้อผ้า ปัญหายอดนิยมในช่วงหน้าฝน เมื่อสภาพอากาศมีความชื้นเยอะขึ้น จึงทำให้เสื้อผ้าอับชื้นได้ จนแบคทีเรียสะสมบนเสื้อผ้า หรือถ้ามากกว่านั้นก็อาจทำให้ตู้เสื้อผ้ามีกลิ่นตามไปด้วยเช่นกัน 3. การเลี้ยงสัตว์ในห้อง แม้ในปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์ในบ้านจะเป็นที่นิยมมากขึ้น แต่ถ้าหากน้อง ๆ ไม่ได้อาบน้ำนาน ๆ ก็อาจมีกลิ่นที่ติดอยู่ตามห้องได้ รวมถึงมีปัญหาฝุ่นตามมาได้เช่นกัน หากไม่ได้ดูแลทำความสะอาดห้องบ่อย ๆ ก็อาจกลายเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ห้องอับได้ทันที 4. ห้องมีฝุ่นเยอะ เมื่อไหร่ก็ตามที่ห้องมีฝุ่นเยอะ สิ่งสกปรกนี้จะสะสมความชื้นในห้องได้ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นที่ติดอยู่กับเฟอร์นิเจอร์ ฝุ่นที่ติดอยู่ใต้พรม ไปจนถึงฝุ่นที่สะสมอยู่ในแอร์และสร้างความชื้นให้กับห้องได้มากขึ้น ห้องอับชื้น มีข้อเสียอย่างไร […]

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save