- กลิ่นอับในบ้านมักเกิดขึ้นได้ง่ายช่วงหน้าฝน เพราะความชื้นในอากาศสูง
- ความชื้นสะสมอาจส่งผลกระทบทั้งบ้านและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อรา คราบชื้น เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพ และอากาศภายในที่ไม่สดชื่น
- วิธีลดความอับชื้นช่วงหน้าฝน ได้แก่ การเปิดระบายอากาศ หลีกเลี่ยงการตากผ้าในห้อง เปิดแอร์โหมด Dry ทำความสะอาดแผ่นกรองแอร์ ใช้วัสดุดูดความชื้น และเลี่ยงการใช้ของที่กักเก็บความชื้น
- เลือกแอร์ที่ช่วยดูแลคุณภาพอากาศในบ้าน อย่างแอร์แคเรียร์รุ่น Copper ION ที่มาพร้อมนวัตกรรมที่ช่วยให้อากาศในบ้านสะอาดสดชื่นอยู่เสมอ
ห้องมีกลิ่นอับ ปัญหากวนใจช่วงหน้าฝนที่หลายบ้านต้องเจอ เกิดจากความชื้นที่สะสมภายในบ้าน เพราะเมื่อเข้าสู่หน้าฝน อากาศภายนอกจะมีไอน้ำจำนวนมาก ทำให้ความชื้นเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่าย ผ่านการเปิดประตู หน้าต่าง หรือแม้แต่การนำรองเท้า เสื้อผ้า และสิ่งของที่เปียกเข้ามาในบ้าน ทำให้หลายบ้านมักเจอกับปัญหาห้องมีกลิ่นอับ และความชื้นสะสม โดยเฉพาะในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือภายในคอนโดที่มีการระบายอากาศได้ไม่ดี
และถึงแม้จะทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ แต่หากความชื้นยังคงสะสมอยู่เรื่อย ๆ ก็อาจส่งผลต่อทั้งคุณภาพอากาศภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์และของใช้ต่าง ๆ ความสบายในการอยู่อาศัย รวมถึงสุขภาพของคนที่อยู่อาศัยในบ้านได้
ห้องอับช่วงหน้าฝน ส่งผลเสียอย่างไร?
หลายคนอาจคิดว่ากลิ่นอับเป็นเพียงเรื่องกวนใจเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วความชื้นที่สะสมในบ้านเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบได้มากกว่าที่คิด เช่น
- ห้องมีกลิ่นอับ แม้เพิ่งทำความสะอาด
- เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และผ้าม่านแห้งช้า
- เฟอร์นิเจอร์ไม้และของตกแต่งเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
- ผนังเกิดคราบชื้นหรือเชื้อราได้ง่าย และส่งผลต่อสุขภาพ
- คุณภาพอากาศภายในบ้านลดลง ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเมื่ออยู่ในห้องเป็นเวลานาน
ดังนั้นการจัดการความชื้นตั้งแต่ต้น จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้บ้านน่าอยู่และอากาศภายในสดชื่นมากขึ้น

6 วิธีแก้ห้องอับช่วงหน้าฝน
1. เปิดให้อากาศถ่ายเทเมื่อมีโอกาส
แม้จะเป็นหน้าฝน แต่หากมีช่วงที่ฝนหยุดและอากาศไม่ชื้นมาก ควรเปิดประตูหรือหน้าต่างเพื่อให้อากาศหมุนเวียน ลดการสะสมของกลิ่นอับภายในบ้าน
2. หลีกเลี่ยงการตากผ้าในห้อง
การตากผ้าภายในห้องเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความชื้นเพิ่มขึ้น เพราะน้ำจากเสื้อผ้าจะระเหยออกมาอยู่ในอากาศ หากจำเป็นต้องตากในบ้านจริง ๆ ควรเลือกพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท หรือใช้เครื่องอบผ้าแทน เพื่อลดการสะสมของความชื้นในห้องนอน
3. เปิดแอร์โหมด Dry
หลายคนอาจไม่รู้ว่าโหมด Dry ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความชื้นในอากาศโดยเฉพาะ เมื่อเปิดใช้งานแอร์โหมด Dry จะช่วยลดความชื้น ทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น ลดความอับชื้นในห้อง และช่วยให้บรรยากาศภายในห้องสดชื่นกว่าเดิม โดยเฉพาะในวันที่ฝนตกต่อเนื่อง
4. ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศแอร์อย่างสม่ำเสมอ
แผ่นกรองอากาศแอร์ที่มีฝุ่นสะสมจำนวนมาก อาจทำให้อากาศไหลเวียนได้ไม่ดี จึงควรถอดล้างแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ เพื่อให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมช่วยให้อากาศภายในบ้านสะอาดยิ่งขึ้น
5. ใช้ถ่านดูดกลิ่นหรือวัสดุดูดความชื้น
การวางถ่านไม้ไผ่ ถ่านกัมมันต์ หรือผลิตภัณฑ์ดูดความชื้นในจุดที่อับ เช่น ตู้เสื้อผ้า ห้องเก็บของ หรือมุมอับของบ้าน สามารถช่วยลดกลิ่นอับและดูดซับความชื้นได้
6. เลี่ยงการใช้ของที่กักเก็บความชื้น
ของใช้จำนวนมาก เช่น กล่องกระดาษ ผ้า พรม หรือของที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน สามารถเป็นจุดสะสมความชื้นได้ การจัดบ้านให้โปร่ง ลดของที่ไม่จำเป็น และหมั่นทำความสะอาด จะช่วยให้อากาศภายในบ้านหมุนเวียนได้ดีขึ้น และลดโอกาสเกิดกลิ่นอับ
เลือกแอร์ที่ช่วยดูแลทั้งความเย็นและคุณภาพอากาศภายในบ้าน
การเลือกแอร์ที่มีเทคโนโลยีช่วยดูแลทั้งตัวเครื่องและคุณภาพอากาศ ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยลดปัญหากลิ่นอับในช่วงหน้าฝนได้ อย่างในแอร์แคเรียร์รุ่น Copper ION ที่มาพร้อมนวัตกรรมช่วยดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้านโดยเฉพาะ ด้วย X-IONIZER ที่จะปล่อยไอออนลบ ดักจับฝุ่นขนาดเล็กและสิ่งสกปรกในอากาศ ช่วยฟอกอากาศ เพื่อให้อากาศในบ้านสะอาด พร้อมแผ่นกรอง PM2.5 Filter ที่ช่วยกรองฝุ่นในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสารเคลือบพิเศษ ลดการสะสมสิ่งสกปรก ฝุ่น และแบคทีเรีย
อีกทั้งยังมีระบบ Self Cleaning ฟีเจอร์ที่ช่วยทำความสะอาดคอยล์เย็นอัตโนมัติ ลดการสะสมของสิ่งสกปรกภายในเครื่อง ช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและกระจายลมเย็นได้ทั่วถึง พร้อมลดปัญหาความชื้นสะสมที่เป็นต้นกำเนิดของเชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นอับ มอบอากาศที่เย็นสบาย สดชื่นอยู่เสมอแม้ในหน้าฝน



