รวม 5 วิธีหนีฝุ่น ช่วยให้ห้องสะอาด หายใจสะดวก

ปัจจุบันมีปัจจัยมากมายที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองและมลพิษในห้องของเรา ทั้งฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศอย่าง PM 2.5 หรือไรฝุ่นที่เกิดจากเศษผ้า เศษผม หรือเครื่องเแต่งกาย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อระบบหายใจ แต่หากเรารู้วิธีดูแลและจัดการฝุ่นละอองเหล่านี้อย่างถูกต้อง ห้องของเราก็จะสะอาด หายใจสะดวก เหมาะกับการพักผ่อนมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนช่วยได้ ฝุ่นต่าง ๆ ในห้องนอนมักจะเกิดจากเศษผ้า และมูลของไรฝุ่นหรือแบคทีเรีย ซึ่งการผลัดเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนสัปดาห์ละ 1 ครั้งและซักผ้าห่มเป็นประจำทุก 1 เดือน จะช่วยลดปริมาณไรฝุ่นที่อาศัยอยู่ในเครื่องนอน รวมถึงเพิ่มความสะอาดให้ห้องของเราได้มากขึ้น เริ่มต้นจากการดูดฝุ่น การดูดฝุ่นเป็นวิธีพื้นฐานในการทำความสะอาดห้อง โดยความถี่ที่เหมาะสมในการดูดฝุ่นคือประมาณ 2-3 วันต่อสัปดาห์และควรทำเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากการปัดกวาด เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกบางอย่างที่ตกค้างจากการทำความสะอาดอื่นๆ การดูดฝุ่นจึงเป็นเหมือนการเก็บรายละเอียดเพื่อให้ห้องของเราสะอาดขึ้นไปอีกระดับ กันฝุ่นด้วยการหมั่นปิดประตูและหน้าต่าง ช่วงนี้ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในตัวเมืองต่างๆ มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากหลายๆ คนก็ออกมาทำงานใช้รถใช้ถนนกันเป็นปกติแล้ว อีกทั้งโรงงานและกำลังการผลิตต่างๆ ก็กลับมาทำงานแบบเต็มกำลังทำให้มีฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศมากขึ้น เราจึงไม่ควรที่จะเปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้เป็นเวลานาน แต่อย่างไรก็ตามอากาศที่ถ่ายเทยังจำเป็นกับการพักผ่อนในห้องเสมอ โดยในช่วงที่มีฝุ่นละอองหนาแน่นอย่างหน้าหนาวและหน้าร้อนให้เปิดหน้าต่างระบายอากาศไม่เกินวันละ 3 – 4 ชั่วโมง โดยประมาณ และควรเปิดในเวลากลางคืนที่ถนนไม่ค่อยมีรถสัญจร แต่สำหรับวันที่มีฝนตกนั้นสามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศหลังฝนตกได้ตามปกติ ปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ ต้นไม้ฟอกอากาศเป็นอีกหนึ่งทางออกของปัญหานี้ เพราะเราไม่สามารถป้องกันมลพิษที่จะลอยเข้ามาในห้องได้ร้อยเปอร์เซ็น การปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ อาธิ […]
เช็กก่อนเรียกช่าง 4 วิธี เช็กเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเอง

เครื่องปรับอากาศหรือแอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่เราต้องหมั่นดูแลอยู่เสมอ ทำให้เครื่องปรับอากาศมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ และหลายครั้งความผิดปกติที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้แปลว่าแอร์ของเราจะเสียหรือต้องเรียกช่างเสมอไป วันนี้ ความรู้ คู่แอร์บ้าน จึงขอหยิบ 4 เทคนิคเช็กความผิดปกติของเครื่องปรับอากาศและวิธีแก้ไขเบื้องต้นก่อนจะเรียกช่างซ่อมมาฝากทุกคนกัน! 1. ตรวจสอบรีโมตแอร์ เมื่อแอร์ของเรามีท่าทีแปลกๆ สิ่งแรกที่เราควรตรวจสอบก็คือรีโมตแอร์ โดยต้องเช็กให้ดีว่ารีโมตถ่านหมด ตั้งค่าโหมดผิด ตั้งสปีดพัดลมไม่เหมาะสม หรือมีฟังชันก์ไหนที่ไม่ควรเรียกใช้เปิดอยู่บ้าง เพราะในหลายครั้งปัญหาที่เราพบเจอกันก็มักเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ ซึ่งถ้าหากดูแล้วว่าเครื่องปรับอากาศทำงานผิดปกติจากรีโมตแอร์ เราก็แค่เปลี่ยนถ่าน ปรับโหมดการทำงาน หรือซื้อรีโมตอันใหม่มาใช้ก็เพียงพอ 2. ตรวจสอบการติดตั้งแอร์เบื้องต้น หนึ่งปัญหาที่คนใช้แอร์ต้องพบเจอกันอยู่บ่อยๆ ก็คือ เครื่องแอร์ไม่เย็นหรือเย็นช้า ซึ่งในบางครั้งก็เกิดจากการติดตั้งแอร์ ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำก็คือการตรวจการติดตั้งได้ตามมาตฐานหรือไม่ สารทำความเย็นน้อย หรือรั่ว ตามจุดข้อต่อต่างๆ ของการติดตั้งหรือไม่ และ แอร์มีขนาดที่ไม่เหมาะกับขนาดห้องหรือไม่ สาเหตุนี้อาจต้องย้อนกลับไปถึงตอนติดตั้งแอร์เลย การติดตั้งแอร์ที่ไม่เหมาะกับขนาดห้องทำให้แอร์เย็นไม่ทั่วถึงได้เช่นกัน 3. ตรวจสอบล้างแอร์บ้าน การล้างเครื่องปรับอากาศเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องแอร์เย็นช้า แอร์ไม่เย็นเลย แอร์น้ำหยด หรือแอร์เสียงดัง เพราะปัญหาเหล่านี้มักจะเกิดจากฝุ่นที่เข้าไปเกาะบริเวณฟิลเตอร์แอร์ การอุดตันของท่อแอร์ และน้ำแข็งจับกันเป็นต้น ดังนั้นแล้วเราควรตรวจสอบช่วงเวลาในการล้างแอร์ว่าตรงตามรอบหรือไม่ ซึ่งทั่วไปแล้วเราควรล้างเครื่องปรับอากาศทุกๆ 4-6 เดือนเพื่อทำความสะอาดและยืดอายุการใช้งานด้วย 4. ตรวจสอบ Error […]
เทคนิคเปลี่ยนบ้านแสนรักให้ประหยัดพลังงานขึ้น!

บ้านประหยัดพลังงาน หรือ ECO House อาจจะเป็นโมเดลบ้านของโลกอนาคตที่จะทำให้เราและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น แต่การจะเปลี่ยนบ้านที่เราอยู่ปัจจุบันให้ไปถึงระดับนั้นต่างมีข้อจำกัดมากมายและต้องใช้งบประมาณสูง เราจึงอยากหยิบเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดค่าไฟบ้านมาฝากกัน เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED บ้านหลาย ๆ หลังมักจะชินกับการใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือ หลอดตะเกียบ เพราะมีราคาค่อนข้างถูก หาซื้อง่าย และอายุการใช้งานค่อนข้างยาวนาน แต่ข้อเสียของหลอดตะเกียบก็คือมันกินไฟค่อนข้างเยอะ ทำให้มีการพัฒนาหลอด LED ซึ่งมีกำลังวัตต์น้อยกว่ามาก ตัวหลอดร้อนยากกว่า และอายุการใช้งานนานกว่า ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายได้มากยิ่งขึ้น เปลี่ยนตำแหน่งการวางตู้เย็น ตำแหน่งการวางตู้เย็นที่เหมาะสมก็สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้เช่นกัน โดยเราควรวางตู้เย็นในตำแหน่งที่มีอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงให้ไม่โดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรง ไม่วางตู้เย็นใกล้กับเครื่องมือให้ความร้อนเช่น เตาแก๊ส หรือ เตาอบ ควรจัดตำแหน่งของตู้เย็นให้มีระยะห่างจากฝ้าเพดานอย่างน้อย 30 ซม. ด้านข้างห่างจากกำแพงห้องอย่างน้อย 5 ซม. และด้านหลังห่างจากผนังอย่างน้อย 10-20 ซม. เพื่อให้ตู้เย็นสามารถระบายความร้อนได้สะดวก นอกจากนี้เราควรแยกปลั๊กไฟที่ใช้เสียบปลั๊กตู้เย็นออกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรด้วย เปลี่ยนมาใช้ผ้าม่านกันแสง ความร้อนภายในบ้านคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ ชิ้นต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น การเปลี่ยนมาใช้ผ้าม่านกันแสงนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดอุณหภูมิของบ้านได้ โดยผ้าม่านกันแสงมีคุณสมบัติเพื่อกันแสงแดด แสง UV และความร้อนที่ส่องเข้ามาในบ้านของเรา โดยสามารถกันแสงแดดได้ตั้งแต่ […]