- การอยู่บ้านทั้งวันอาจทำให้ต้องเปิดแอร์นานกว่าปกติ แต่สามารถลดการใช้พลังงานได้ด้วยการใช้งานแอร์อย่างเหมาะสม และเลือกเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
- การเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ ควรตั้งอุณหภูมิประมาณ 25 – 26°C ปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท รวมถึงเลือกใช้แอร์ระบบ Inverter สำหรับการเปิดใช้งานต่อเนื่อง
- เลือกแอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแอร์แคเรียร์ XInverter Plus ช่วยเติมความสบายด้วยเทคโนโลยีที่กระจายความเย็นได้ทั่วถึง พร้อมระบบ Inverter ที่ประหยัดพลังงาน เหมาะกับการใช้งานตลอดวัน
ในวันที่ต้องใช้เวลาอยู่บ้านตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นวันที่ Work from Home หรือวันที่อยากพักผ่อนอยู่ในห้อง หลายคนอาจต้องเปิดแอร์นานกว่าปกติ หรือเปิดแอร์ทั้งวัน จนอดกังวลไม่ได้ว่า ค่าไฟจะสูงขึ้นหรือไม่ เพราะยิ่งเปิดแอร์นานทั้งวันก็ยิ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าไม่เปิดแอร์ อากาศร้อนก็อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและพักผ่อนได้ไม่เต็มที่
จริง ๆ แล้ว การเปิดแอร์เป็นเวลานาน ๆ ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยค่าไฟที่สูงเสมอไป หากรู้จัก วิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม รวมถึงเลือกใช้แอร์ที่มีเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความเย็น ก็สามารถสร้างความเย็นสบายภายในบ้านได้ตลอดวัน พร้อมช่วยควบคุมการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับการใช้งานได้อีกด้วย

อยู่บ้านทั้งวัน เปิดแอร์ยังไงให้เย็นสบายและไม่เปลืองไฟ
การเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟไม่ได้หมายถึงการต้องทนร้อนหรือปิด ๆ เปิด ๆ แอร์อยู่ตลอดเวลา แต่คือการใช้งานแอร์อย่างเหมาะสม เพื่อให้เครื่องทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ต้องทำงานหนักเกินความจำเป็น ซึ่งสามารถเริ่มได้จากวิธีง่าย ๆ ดังนี้
1. ตั้งอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม
หนึ่งในวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้การเปิดแอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น คือการปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม โดยแนะนำให้ตั้งประมาณ 25 – 26°C ซึ่งเป็นระดับที่ช่วยให้รู้สึกเย็นสบายโดยไม่ทำให้แอร์ต้องเร่งทำความเย็นมากจนเกินไป
การตั้งอุณหภูมิที่ต่ำมากไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ห้องเย็นเร็วขึ้นเสมอไป แต่ยังทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิที่ตั้งไว้ และทำให้กินไฟมากกว่าเดิม ดังนั้น ถ้าต้องเปิดแอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง การเลือกอุณหภูมิที่พอดีจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยลดการใช้พลังงานได้
2. ปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท เก็บความเย็นไว้ในห้อง
แม้จะตั้งอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสมแล้ว แต่ถ้าภายในห้องมีอากาศร้อนจากภายนอกเข้ามาอยู่ตลอดเวลา แอร์ก็อาจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาความเย็นไว้
ก่อนเปิดแอร์จึงควรปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท รวมถึงตรวจสอบบริเวณที่อาจมีช่องให้อากาศภายนอกเข้ามา เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิภายในห้องให้คงที่อยู่เสมอ
3. เลือกแอร์ระบบ Inverter สำหรับการเปิดใช้งานต่อเนื่อง
สำหรับบ้านที่ต้องเปิดแอร์เป็นเวลานาน แอร์ระบบ Inverter ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดี เพราะสามารถปรับรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะสมกับอุณหภูมิภายในห้อง เมื่อห้องเย็นถึงอุณหภูมิที่ต้องการ ระบบจะปรับลดรอบการทำงานและคงความเย็นไว้ ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในห้องให้สม่ำเสมอ และช่วยให้การใช้พลังงานเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับบ้านที่ต้องการ เปิดแอร์นาน ๆ แต่ไม่อยากให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
4. เลือกแอร์ที่ช่วยกระจายลมเย็นได้ทั่วถึง
นอกจากเรื่องการประหยัดไฟแล้ว ความรู้สึกเย็นสบายตัวยังขึ้นอยู่กับการกระจายลมแอร์ภายในห้องด้วย หากลมเย็นกระจายไม่ทั่วถึง อาจทำให้บางจุดเย็นเกินไป ในขณะที่บางบริเวณยังรู้สึกร้อน จนต้องปรับอุณหภูมิลงเพื่อเพิ่มความเย็น
ดังนั้น การเลือกแอร์ที่มีเทคโนโลยีช่วยกระจายลมได้อย่างทั่วถึง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความสบายในการใช้งานในวันที่ต้องอยู่ในห้องเป็นเวลานาน ๆ
อยู่บ้านทั้งวันก็เย็นสบายได้ เพียงเลือกแอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน
เพราะความสบายระหว่างวันที่ต้องอยู่บ้านนาน ๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับอุณหภูมิที่เย็นลง แต่ยังรวมถึงการกระจายความเย็นที่ทั่วถึงและความรู้สึกสบายตลอดการใช้งาน เพราะแบบนี้ การเลือกแอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความเย็นและประสิทธิภาพในการทำงาน จึงเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยให้ทุกช่วงเวลาที่อยู่บ้านสบายยิ่งขึ้น
อย่างแอร์แคเรียร์รุ่น XInverter Plus มีนวัตกรรม 4 Ways Auto Louver ที่ช่วยปรับทิศทางลมได้ 4 รูปแบบ เพื่อกระจายความเย็นไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ภายในห้องได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะนั่งอยู่มุมไหนก็สัมผัสความเย็นได้อย่างสบาย พร้อมเทคโนโลยี Big Air Flow ช่วยส่งลมได้แรงและไกล ทำให้ความเย็นกระจายทั่วถึงมากยิ่งขึ้น และ Gentle Touch ที่ช่วยมอบสัมผัสของลมเย็นที่นุ่มนวล ให้ความรู้สึกสบายตัวมากขึ้นตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาทำงาน พักผ่อน หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัว
อีกทั้งยังมาพร้อมระบบ Inverter ที่ช่วยปรับรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะกับอุณหภูมิภายในห้อง จึงช่วยรักษาความเย็นให้คงที่ เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องในวันที่ต้องอยู่บ้านทั้งวัน พร้อมการันตีการประหยัดพลังงาน ด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สูงสุด 5 ดาว ให้ทุกช่วงเวลาที่อยู่บ้านเต็มไปด้วยความสบาย และอุ่นใจเรื่องค่าไฟมากยิ่งขึ้น



