ENERGY 3 STARS ประหยัดไฟฟ้าสูงสุด ต้องการันตีด้วยฉลากเบอร์ 5 “3 ดาว”

ENERGY 3 STARS ประหยัดไฟฟ้าสูงสุด ต้องการันตีด้วยฉลากเบอร์ 5 "3 ดาว"

Highlight

  • ประหยัดที่สุด เลือกซื้อแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 “3 ดาว”!!
  • ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ปรับรูปแบบใหม่เมื่อปี 2562 เพิ่มดาวเพื่อแสดงถึงมาตรฐานการประหยัดพลังงานที่มากกว่าเดิม ดาวที่มากขึ้นบ่งบอกถึงการประหยัดค่าไฟฟ้าเพิ่ม
  • แอร์ติดฉลากเบอร์ 5 “3 ดาว”!! ประหยัดพลังงานมากขึ้น เมื่อเทียบกับแอร์อินเวอร์เตอร์ทั่วไป 

หลาย ๆ คนที่เคยซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือกำลังมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าสักชิ้นอยู่จะต้องคุ้นหูกับคำว่า “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” กันใช่ไหมล่ะ? แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า”ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 นี้บอกอะไรเราบ้าง? ประหยัดแค่ไหน? ประหยัดไปเท่าไหร่? แล้วมันมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนกันนะ?”

เพราะนอกจากเบอร์ 5 และดาวแล้ว ยังมีข้อมูลที่ถูกระบุไว้ในฉลากทั้งข้อมูลของผลิตภัณฑ์ ค่าไฟฟ้า และค่าประสิทธิภาพ วันนี้แคเรียร์เลยอยากขอแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อไขข้อสงสัยและเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับฉลากให้มากขึ้น ทุกคนจะได้นำไปใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อแอร์กัน

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 และดาวบอกอะไรเราบ้าง?

การที่ทุกคนเข้าใจว่า “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” จะช่วยให้ทุกคนสามารถเลือกซื้อแอร์ได้อย่างชาญฉลาด เพราะนอกจากเราจะรู้เรื่องขนาด รูปลักษณ์ ราคา และฟังก์ชั่นการใช้งานของแอร์แล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญนั่นก็คือการประหยัดพลังงาน เพราะจะช่วยให้สามารถประหยัดเงิน และวางแผนการใช้จ่ายค่าไฟในระยะยาวได้อีก แคเรียร์ในฐานะผู้และผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านเครื่องปรับอากาศเราจึงเห็นถึงความสำคัญและนำข้อมูล “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” มาให้ทุกคนได้เข้าใจมากขึ้น

ดาว คือเกณฑ์บอกประสิทธิภาพพลังงาน ที่จะแบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ เบอร์ 5, เบอร์ 5 หนึ่งดาว, เบอร์ 5 สองดาว, เบอร์ 5 สามดาว โดยยิ่งดาวที่มากขึ้นหมายถึงความประหยัดที่มากกว่า แต่ละดาวที่เพิ่มขึ้นนั้นจะแสดงถึงความสามารถในการประหยัดค่าไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น

ผลิตภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและประเภทของผลิตภัณฑ์ จะถูกระบุอยู่ในส่วนนี้ ตัวอย่างเช่น เครื่องปรับอากาศ Inverter

ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อ ชื่อรุ่นและขนาดของแอร์ (มีหน่วยเป็นบีทียูต่อชั่วโมง) จะถูกระบุอยู่ในส่วนนี้ทั้งหมด

ค่าไฟฟ้า เป็นการคำนวณค่าไฟฟ้าต่อปี เพื่อนำไปใช้คำนวณค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้นั่นเอง หรือใช้เปรียบเทียบกับสินค้ารุ่นอื่น ๆ เพื่อการตัดสินใจซื้อ

ค่าประสิทธิภาพ เป็นค่าที่คิดจากอัตราส่วนของปริมาณความเย็น (บีทียู) ต่อกำลังไฟที่แอร์ใช้ในหนึ่งชั่วโมง(วัตต์/ชั่วโมง) หรือที่เรียกง่าย ๆ ก็คือเป็นค่าบอกความสามารถในการประหยัดพลังงานว่าอยู่ในระดับไหนนั่นเอง เราสามารถเอาค่านี้ไปเปรียบเทียบกับแอร์รุ่นใกล้เคียงได้ โดยตัวเลขยิ่งสูงก็ยิ่งมีประสิทธิภาพดีกว่านั่นเอง ใครที่มองหาแอร์อยู่ อย่าลืมดูส่วนนี้เลยนะ สำคัญมาก ๆ 

การทดสอบค่าประสิทธิภาพแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือแบบ EER (Energy Efficiency Ratio) และ SEER (Seasonal Energy Efficiency Ratio) ใครที่สงสัยว่า 2 อย่างนี้คืออะไร เรามาดูข้อแตกต่างกันดีกว่า

  • EER เป็นการทดสอบที่ใช้อุณหภูมิภายนอก ‘แบบคงที่’ ในการคำนวณ โดยส่วนใหญ่แล้ว จะใช้เพื่อทดสอบแอร์รุ่น Fixed Speed ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทของแอร์ที่รอบหมุนของคอมเพรสเซอร์ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว เมื่อแอร์ทำความเย็นในห้องถึงระดับนั่นเอง 
  • ต่างจาก SEER ที่การทดสอบจะใช้อุณหภูมิภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงเข้ามามีส่วนร่วม

มักใช้ในการทดสอบแอร์รุ่น Inverter นั่นเอง โดยแอร์ประเภทนี้ การทำงานรอบหมุนของคอมเพรสเซอร์ นั้นสามารถปรับระดับความเร็วได้ ซึ่งจะปรับไปตามเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิภายในห้องเพื่อให้ความเย็นคงที่และยังลดการกระชากของไฟอีกด้วย

เว็บไซต์ ของโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 จะถูกติดอยู่บนฉลากเช่นกัน เพื่อที่ทุกคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของสินค้าต่าง ๆ ได้ผ่านระบบออนไลน์ มีทั้งการรับรองจาก กฟผ. และข้อมูลอื่น ๆ ของโครงการบนเว็บไซต์ด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมอุปกรณ์ Smart Home ที่คนทำบ้านต้องมี!

มีบ้านหลังใหม่ทั้งที สายเทคโนโลยีก็คงต้องห้ามพลาดกับอุปกรณ์ Smart Home ที่จะเพิ่มทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยภายในบ้าน โดยอุปกรณ์เหล่านี้ถูกเรียกรวมๆ

อ่านต่อ
จบปัญหาเหงื่อออกตอนนอน เปิดแอร์ อย่างไรให้ถูกวิธี

จบปัญหาเหงื่อออกตอนนอน เปิดแอร์ อย่างไรให้ถูกวิธี

ใครเคยเหงื่อออกตอนนอน จนตื่นกลางดึกบ้าง แน่นอนมันทำให้การนอนของเราไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราไม่ได้เปิดแอร์อย่างถูกวิธี หรืออากาศไม่ได้เหมาะกับการนอนเท่าไหร่ โดยเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้เพียงปรับพฤติกรรม

อ่านต่อ
ปัญหาคอมแอร์เสียงดัง เกิดจากอะไร อันตรายไหม

ปัญหาคอมแอร์เสียงดัง เกิดจากอะไร อันตรายไหม

เคยไหมครับที่ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนกลางดึกเพราะปัญหาเสียงคอมแอร์ที่ดังจนน่ารำคาญ แต่รู้หรือไม่? คอมแอร์เสียงดังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งอาจเป็นเพราะอายุการใช้งานที่นานเกินไป หรือเกิดจากปัญหาภายในที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้นานก็อาจถึงขั้นต้องเสียเงินซื้อใหม่เลยก็ได้

อ่านต่อ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

แชร์บทความ Carrier