เปลี่ยนบ้านให้โปร่งสบายเหมือนคาเฟ่ ด้วยไอเดีย Glass House

รวมไอเดียแต่งบ้าน Glass House เปลี่ยนบ้านคุณให้กว้างขึ้น_1

Glass House (บ้านกระจก) คืออะไร สไตล์การตกแต่งบ้านที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน บ้านที่ทำจากวัสดุกระจก มีจุดเด่นคือ ความโปร่งใสของเพดาน ทำให้ในบ้านได้รับแสงสว่างหรือบรรยากาศเหมือนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เช่น เมื่อเวลากลางคืนสามารถนอนดูท้องฟ้าได้ชัดเจน หรือจะเวลากลางวันสามารถมองเห็นธรรมชาติเหมือนกับอยู่ด้านนอกบ้าน และยังช่วยให้บ้านโปร่งโล่งดูกว้างขึ้นอีกด้วย  ไอเดียการตกแต่งบ้าน Glass House  1.ห้องทานอาหาร 2.ห้องนอน 3.ห้องนั่งเล่น 4. ห้องทำงาน ปัญหาที่พบบ่อยของ Glass House พร้อมวิธีหลีกเลี่ยง  1.ทำความสะอาดยาก ปัญหาที่พบเจอบ่อยคือการทำความสะอาดกระจกใช้เวลานานหรือทำความสะอาดยากจนเกินไป วิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้โดยทำความสะอาดด้วย หรือเลือกติดตั้งกระจกที่มีระบบทำความสะอาดด้วยตัวเองอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกและยังประหยัดเวลาเราอีกด้วย 2.อากาศร้อน อบอ้าว เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อน แดดแรง หากติดตั้งกระจกที่คุณภาพไม่ดี หรือไม่สามารถกันความร้อนจากแดดที่ส่องเข้ามาโดยตรงได้ อาจทำให้บ้านของคุณมีอากาศที่ร้อน อบอ้าวได้ สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยการเลือกวัสดุกระจกให้มีคุณภาพที่ดี  แคเรียร์มีอีกหนึ่งตัวช่วยให้บ้านของคุณมีอากาศที่ปลอดโปร่ง เย็นสบาย ด้วยเครื่องปรับอากาศแคเรียร์ XInverter Plus ทำงานด้วยระบบอินเวอเตอร์ที่ให้ความเย็นได้เร็ว และยังมีเทคโนโลยี X-IONIZER ที่ช่วยฟอกอากาศในบ้านของคุณให้สะอาด หายใจได้อย่างสบายใจอีกด้วย  แอร์แคเรียร์ รุ่น XInverter Plus

คุมโทนห้องนอนด้วยแอร์สีดำ สุดชิค น่านอน หลากหลายสไตล์

คุมโทนห้องนอนด้วยแอร์สีดำ สุดชิค น่านอน หลากหลายสไตล์

หากพูดถึงห้องนอนก็คงจะเป็นห้องที่เป็นความสุขใกล้ตัวและเป็นพื้นที่สำหรับการนอนหลับพักผ่อนให้พร้อมสำหรับวันใหม่ และยังเป็นห้องที่บ่งบอกถึงสไตล์ความชอบของแต่ละบุคคล การตกแต่งห้องนอนให้เหมาะกับการพักผ่อนมากขึ้นหรืออำนวยความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันก็คงจะเป็นเรื่องที่ช่วยฮีลใจให้การพักผ่อนเต็มไปด้วยความสุข ไอเดียแต่งห้องสไตล์ที่ใช่ สไตล์มินิมอล (Minimal Style) สไตล์ที่กำลังนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เริ่มต้นจากจัดสัดส่วนห้องให้มีพื้นที่ว่าง เพื่อให้ห้องดูโล่ง สบายตา ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น มีดีไซน์เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ และเลือกใช้สีตกแต่งโมโนโทน ใช้ผนังสีขาว เฟอร์นิเจอร์คุมโทนด้วยสีที่ไม่ฉูดฉาด อย่างเช่น สีขาว สีดำ หรือสีเทา เป็นต้น สไตล์ลอฟท์ (Loft Style) มีเพดานสูง คานเปลือย ตกแต่งผนังแบบปูนเปลือยขัดมันหรือกำแพงอิฐ เน้นพื้นที่ให้โล่งและมีหน้าต่างที่กว้างรับแสงได้เต็มที่ ตกแต่งด้วยโครงเหล็กผสมหรือเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ให้เห็นถึงเนื้อวัสดุที่แท้จริงโดยจะเน้นแขวนของตกแต่งต่างๆ ไว้กับเพดานหรือผนัง เช่น หลอดไฟ เป็นต้น สไตล์ทูโทน (Two – Tone Style) ตกแต่งห้องด้วยโทนขาวดำ / ทูโทน เลือกใช้สีที่ตรงข้ามกันเช่น สีขาวและสีดำ เพื่อให้ห้องดูมีมิติมากขึ้นแต่ยังคงเข้ากันได้ดี เช่นการเลือกใช้ผนังสีขาว และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีดำเพื่อให้ตัดกันและยังคงคุมโทนให้สบายตาน่านอน สไตล์โมเดิร์นลัคชูรี (Modern Luxury Style) เปลี่ยนห้องยกระดับบ้านให้ดูเรียบง่ายแต่หรูหรา ทันสมัย ด้วยสไตล์โมเดิร์นลัคชูรี เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เรียบหรูและมีฟังก์ชันการใช้งานง่าย นวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส […]

ความเชื่อแอร์ BTU แอร์ต่ำเซฟค่าไฟจริงหรอ แคเรียร์มีคำตอบ

ความเชื่อแอร์ BTU แอร์ต่ำเซฟค่าไฟจริงหรอ แคเรียร์มีคำตอบ

BTU ซึ่งย่อมาจาก British Thermal Unit คือหน่วยที่ใช้วัดขนาดในการทำความเย็นของแอร์ จะสังเกตได้ว่า ตัวเลข BTU มักจะมีตั้งแต่ 8000 BTU ขึ้นไป ยิ่งตัวเลขสูงมากเท่าไหร่ ความสามารถในการทำความเย็นยิ่งมากขึ้นเท่านั้น หากแต่การเลือกแอร์ที่มีค่า BTU ที่สูงมากเกินไปต่อพื้นที่และความต้องการ จะส่งผลให้ห้องหนาวเย็นเกินไปและค่าไฟที่เกินความควบคุม ดังนั้น BTU จึงถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องทราบก่อนเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศทุกครั้ง เลือก BTU ผิดยิ่งเปลืองไฟ เครื่องปรับอากาศใช้เวลานานในการทำความเย็นให้กระจายทั่วห้องและยังทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเกินไปส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานอีกเช่นกันแถมทำให้อายุการใช้งานสั้นลงตามมาอีกด้วย จะทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน ค่าไฟแพงเพราะคอมเพรสเซอร์จะถูกตัดการทำงานและรีสตาร์ทระบบใหม่บ่อยๆ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของแอร์ลดลงและอาจทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหายได้ เลือกแอร์ BTU ยิ่งต่ำยิ่งประหยัดจริงไหม ? หลายๆคนมักเชื่อว่ายิ่งเลือกแอร์ BTU ยิ่งต่ำจะยิ่งประหยัด ซึ่งอาจไม่ใช่ความจริง เนื่องจากหากคุณมีความต้องการจะติดแอร์ในห้องนั่งเล่นในบ้านที่มีขนาดใหญ่ เพดานสูง อาจต้องเลือกแอร์ที่มีค่า BTU ที่สูง ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง ซึ่งถ้าหากคุณเลือกแอร์ที่มีค่า BTU ที่ต่ำเกินไปจะยิ่งทำให้แอร์ของคุณทำงานหนักเกินไป จะใช้พลังงานเยอะและสิ่งที่จะตามมาคือค่าไฟที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง  แอร์ BTU เท่าไหร่เหมาะกับห้องขนาดใด หากทราบขนาดค่า BTU แอร์ที่ต้องการให้เหมาะสมกับขนาดของห้องของคุณแล้ว สำหรับใครที่กำลังมองหาแอร์ที่เหมาะสมกับห้องขนาดใหญ่ วันนี้แคเรียร์มีแอร์ที่มีขนาด […]

สัญญาณแบบนี้คอยล์แอร์เสียหรือเปล่า ? 

สัญญาณแบบนี้คอยล์แอร์เสียหรือเปล่า ? _carrier

คอยล์ (Coil)   คือ ชิ้นส่วนที่เชื่อมต่อกับคอมเพรสเซอร์ มีหน้าที่ให้น้ำยาแอร์ไหลผ่านและแลกเปลี่ยนความร้อน ให้เกิดเป็นระบบหมุนวนภายใน ปล่อยความเย็นสู่ห้องของเราและปล่อยความร้อนสู่ภายนอก ซึ่งคอยล์ที่อยู่ในเครื่องปรับอากาศจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ คอยล์ร้อนและคอยล์เย็นซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้ คอยล์เย็น (Condenser) มีลักษณะเป็นแผง โดยมีเส้นท่อที่ขดไปมา ตามความยาวของตัวแอร์ มีหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อนกับสารทำความเย็น (น้ำยาแอร์) ให้เกิดการระเหยกลายเป็นไอ และทำความเย็นออกมา คอยล์ร้อน (Evaporator) มีลักษณะเป็นแผง โดยมีเส้นท่อที่ขดไปมา ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากสารทำความเย็นโดยการแลกเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำยาที่ถูกส่งมาจากคอมเพรสเซอร์ เพื่อทำให้สารทำความเย็นที่มีสถานะเป็นไอกลับมาเป็นของเหลวอีกครั้ง สัญญาณเตือนคอยล์แอร์เสีย คอยล์เย็นมีปัญหา เป็นปัญหาที่พบเจอได้บ่อยในหลายบ้าน สาเหตุที่ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำแอร์หยด เกิดจากการละเลยความสะอาดของแอร์ ส่งผลให้ฟิลเตอร์กรองอากาศสกปรก ท่อน้ำทิ้งอุดตัน หรือการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ ถาดน้ำทิ้งรั่ว ชำรุด หรือแตกหัก หรืออาจเกิดจากการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ไม่เพียงแต่จะทำให้แอร์ไม่เย็นแต่อาจทำให้เกิดปัญหาน้ำแอร์หยดได้  เกิดได้จากมีความชื้นสะสมอยู่ที่คอยล์เย็นเป็นเวลานาน ทำให้เกิดเชื้อราที่เป็นสาเหตุของกลิ่นอับ นอกจากจะเหม็นรบกวนแล้วยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นจึงควรดูแลใส่ใจความสะอาด ล้างแอร์ตามระยะเวลาที่กำหนดและถอดฟิลเตอร์ออกมาล้างทุกเดือน และใช้ฟีเจอร์  SELF CLEANING เพื่อทำความสะอาดคอยล์เย็นไล่ความชื้นหลังการใช้งาน ถ้าหากไม่มีแนะนำให้ปรับเป็น Dry Mode และอีกหนึ่งสาเหตุเกิดจากน้ำยาแอร์รั่วทำให้เกิดกลิ่นเหม็นออกมาจากแอร์ได้เช่นกัน แอร์มีเสียงดังรบกวนเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากการเสื่อมสภาพของคอยล์เย็นเนื่องจากมีการใช้งานเป็นเวลานาน […]

5 ข้อควรระวังแอร์ในหน้าฝน

5 ข้อควรระวังแอร์ในหน้าฝน_Carrier

เมื่อเข้าหน้าฝนแล้วต้องเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งอากาศร้อน ฝนตกหนัก ต้องเจอกับอากาศที่มีความชื้นค่อนข้างสูงยิ่งต้องคอยเช็กและดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้ามากเป็นพิเศษ แอร์หรือเครื่องปรับอาการก็ไม่ควรที่จะละเลย เราจึงนำวิธีเช็กแอร์ในหน้าฝนมาฝาก เพื่อให้แอร์ของคุณใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาและยืดระยะเวลาใช้งานให้นานมากยิ่งขึ้น 1.ติดตั้งสายดินทุกครั้ง สิ่งที่ควรระวังเครื่องใช้ไฟฟ้าในหน้าฝนคือความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เนื่องจากมีความชื้นอยู่มาก ควรเช็กแอร์ของท่านว่ามีการติดตั้งสายดินหรือไม่ ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้าจากสายไฟฟ้าที่ต่อเข้ากับเครื่องปรับอากาศว่ามีการรั่วหรือไม่ เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วที่จะส่งผลต่อชีวิตของท่านได้ 2. ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ในช่วงหน้าฝนอุณหภูมิอากาศด้านนอกลดลงทำให้อากาศเย็นสบาย หากต้องการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศควรพิจารณาจากอุณหภูมิของร่างกาย ปรับเพิ่มหรือลดลงทีละองศา ไม่ควรตั้งอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปเพื่อเป็นผลดีต่อสุขภาพ 3. ตำแหน่งการวางคอมเพลสเซอร์  ควรติดตั้งคอมเพลสเซอร์อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อป้องกันน้ำท่วมหรือสัตว์ต่าง ๆ เข้าไปอยู่ในคอมเพรสเซอร์ หากติดตั้งคอมเพลสเซอร์แอร์ต่ำจนเกินไป เมื่อเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมอาจส่งผลให้คอมเพลสเซอร์แอร์มีปัญหาและดับได้  4. ไฟตก ไฟดับ ต้องดึงเบรกเกอร์ลง เมื่อฝนตกหนัก แอร์ดับขณะทำงาน ควรทำการดึงเบรกเกอร์แอร์ลงเพื่อป้องกันการจ่ายไฟเกิน เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ภายในตัวแอร์ได้ 5. ตรวจเช็กกลิ่นอับ กลิ่นอับภายในบ้านมักเกิดขึ้นในหน้าฝน สาเหตุหลักเกิดจากความชื้นในอากาศ ดังนั้นควรที่จะเช็คทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ และใช้งานระบบ Self Cleaning ที่ช่วยเป่าลมไล่ความชื้นหลังจากการใช้งานเพื่อลดปัญหาความชื้นสะสมที่เป็นสาเหตุของเชื้อราและกลิ่นอับ เพื่อช่วยรักษาความสะอาดให้ดีต่อสุขภาพและยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ

แต่งบ้านยังไงให้น่าอยู่ ด้วยเทคนิคง่ายๆไปกับแคเรียร์

Carrier_แต่งบ้านยังไงให้น่าอยู่ ด้วยเทคนิคง่ายๆไปกับแคเรียร์

เมื่อพูดถึงความสุข หลายๆคนอาจนึกถึงการหาความสุขจากนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหาร ท่องเที่ยวพักผ่อน หรือชอปปิ้ง ความสุขอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนนึกถึงคือ “บ้าน” ความสุขเล็กๆที่ได้พักผ่อน ทำกิจกรรมกับครอบครัวหรือคนรัก และการแต่งบ้านให้น่าอยู่ก็เป็นสิ่งนึงที่ช่วยให้การใช้ชีวิตของคุณสะดวกสบาย เอื้อต่อการใช้ชีวิต อาจเป็นที่ที่เติมพลังที่ดีและพร้อมใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกวัน เรามีเคล็ดลับดีๆในการแต่งบ้านให้น่าอยู่ ไปดูกันเลย 1. อากาศถ่ายเท สะอาดไร้ฝุ่น อากาศภายในบ้านเป็นสิ่งที่หลายคนอาจละเลย แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่สำคัญต่อร่างกายมาก หากอากาศไม่ถ่ายเทอาจเกิดความร้อนและความชื้นมากเกินไป เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่นและเชื้อราตามผนังกำแพง เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้หรือหอบหืด แนะนำให้ระบายอากาศให้ปลอดโปร่ง หากบ้านใดที่ไม่สามารถระบายอากาศได้เพียงพอ อาจต้องใช้เครื่องฟอกอากาศเป็นตัวช่วย  แอร์แคเรียร์ XInverter Plus มีระบบ X-IONIZER ที่ช่วยฟอกอากาศ กำจัดฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บ้านของคุณมีอากาศที่สะอาดสดชื่น 2. กลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย การสร้างกลิ่นหอมในบ้านเป็นวิธีที่ง่ายที่ช่วยผ่อนคลายและบรรเทาความเครียดเมื่อเหนื่อยล้า หากบ้านมีกลิ่นไม่พึงประสงค์หรือเหม็นอับ ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคและเมื่อสูดดมนานๆอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ วิธีที่ทำให้บ้านของคุณหอมไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์สามารถทำได้หลากหลายวิธี มีดังนี้ 1.เครื่องหอมปรับอากาศ เป็นสิ่งที่ช่วยให้บ้านคุณหอมสดชื่นได้อย่างดี 2.หมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ เช่น โซฟา พรม เครื่องนอน เสื้อผ้า เป็นต้น 3.ทำความสะอาดแอร์ ควรทำความสะอาดแผ่นกรองสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและแบคทีเรีย แอร์แคเรียร์ก็มีระบบ SELF […]

แนะนำแอร์สำหรับห้องขนาดเล็ก พื้นที่น้อย

ห้องขนาดเล็กมีพื้นที่จำกัดไม่จำเป็นต้องดูแคบหรืออึดอัดเสมอไป เพียงแค่จัดสรรพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ให้พอดีกับขนาดห้อง และจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ก็ช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูโล่ง โปร่ง และสบายตามากขึ้นได้  วันนี้แคเรียร์ขอมาแชร์เทคนิคดี ๆ ทั้งการจัดห้องและการตกแต่ง ที่จะช่วยเปลี่ยนห้องขนาดเล็กให้ดูกว้างขึ้น น่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม เทคนิคแต่งห้องขนาดเล็กให้อยู่สบาย ดูกว้างขึ้น นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามและสามารถช่วยเปลี่ยนห้องขนาดเล็กให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น นั่นก็คือการเลือกแอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง ทำให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำความเย็นได้อย่างทั่วถึงในระยะเวลาที่ไม่นาน ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน และยังช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาวอีกด้วย ขนาดของ BTU แอร์ที่เหมาะกับห้องขนาดเล็ก สำหรับห้องขนาดเล็กหรือมีพื้นที่น้อย ขนาดประมาณ 12–15 ตร.ม. ที่ไม่ได้โดนแดดมาก หรือห้องขนาดประมาณ 10–13 ตร.ม. ที่โดนแดดเป็นประจำ เช่น ห้องนอนขนาดเล็ก ห้องทำงานในบ้าน หรือ คอนโด แอร์ขนาด 9,000–12,000 BTU นับเป็นแอร์ขนาดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หากเลือก BTU ต่ำเกินไป แอร์จะทำงานหนัก เย็นช้า กินไฟแต่ถ้า BTU สูงเกินไป ก็จะตัดการทำงานบ่อย ทำให้สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น และเพื่อให้ได้ขนาด BTU ของแอร์ที่เหมาะกับห้องมากที่สุด แคเรียร์แนะนำวิธีคำนวณแบบง่าย […]

สาเหตุของ “แอร์มีกลิ่นอับ” พร้อมวิธีรับมือ

แอร์มีกลิ่นอับ เป็นปัญหากวนใจของใครหลาย ๆ คน เพราะบ่อยครั้งที่เราตั้งใจจะเปิดแอร์เย็น ๆ รับอากาศสดชื่น สูดลมหายใจได้แบบเต็มปอด แต่กลับต้องมาเจอกลิ่นแอร์ที่ไม่พึงประสงค์ออกมาแทน ทำให้ขัดจังหวะบรรยากาศการพักผ่อนจนน่าหงุดหงิดใจ แล้วสาเหตุที่แอร์ส่งกลิ่นอับนี้เกิดขึ้นจากอะไร ต้องแก้ไขแบบไหน วันนี้แคเรียร์ชวนทุกคนมาไขข้อสงสัยและหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน สาเหตุที่ทำให้แอร์มีกลิ่น 1.ความชื้นภายในห้อง หลัก ๆ แล้วการที่แอร์ส่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกมานั้น สาเหตุเกิดจากความชื้นที่ไม่สามารถระบายออกมาจากตัวแอร์ได้หมด  ทำให้ค้างอยู่ภายในแอร์เป็นเวลานาน จนเกิดเป็นเชื้อราสะสม  และส่งกลิ่นเหม็นอับออกมา ซึ่งการที่ห้องมีความชื้นสูงจนส่งผลให้แอร์ต้องดูดความชื้นเข้าไปมากกว่าปกตินั้น อาจมาจากหลายปัจจัย เช่น การปลูกต้นไม้ไว้ในห้องเยอะเกินไป ในบ้านมีตู้เลี้ยงปลา หรือมีภาชนะที่ใส่น้ำดื่มสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้ภายในห้องมีความชื้นสูงได้ และทำให้แอร์ของคุณทำงานหนักมากขึ้นอีกด้วย 2.การอุดตันของสิ่งสกปรก โดยปกติแล้วแอร์จะมีการกรองฝุ่น กรองเชื้อโรคต่าง ๆ อยู่เสมอ เมื่อมีการใช้งานแอร์ในระยะที่นานเข้า โดยเราไม่มีการล้างทำความสะอาดเลย ทำให้สิ่งสกปรก ฝุ่นและเชื้อโรคต่าง ๆ ไปอุดตันตามแผ่นกรองหรือฟิลเตอร์ คอยล์เย็น และถาดรองน้ำทิ้ง สะสมจนกลายเป็นแหล่งรวมของแบคทีเรีย และเชื้อรา ท้ายที่สุดก็ส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หรือกลิ่นอับชื้นออกมาได้ ไม่เพียงแค่กลิ่นที่มากวนใจ แต่หากปล่อยไว้นานไป อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ด้วยเช่นกัน 3.ท่อ/ถาดน้ำทิ้งติดตั้งและระบายได้ไม่ดี […]

รู้จักค่า BTU ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศ เลือกให้ตรงใจจะได้ไม่พลาด

ไขข้อข้องใจ BTU แอร์คืออะไร? BTU ย่อมาจาก British Thermal Unit คือหน่วยวัดปริมาณความสามารถในการทำความเย็น ของเครื่องปรับอากาศ ภายใน 1 ชั่วโมง ยิ่งตัวเลข BTU สูงเครื่องปรับอากาศก็จะสามารถปรับความเย็นมากขึ้น การเลือกเครื่องปรับอากาศจึงจำเป็นต้องคำนวณค่า BTU ก่อน เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพลังงานและประหยัดค่าไฟ เลือก BTU ผิดชีวิตเปลี่ยน การเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีค่า BTU ที่สูงเกินไป จะทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน และอัตราค่าไฟแพง เพราะคอมเพรสเซอร์จะถูกตัดการทำงานและรีสตาร์ทระบบใหม่บ่อย ๆ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของแอร์ลดลง และอาจทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหายได้ การเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีค่า BTU ที่ต่ำเกินไป เครื่องปรับอากาศใช้เวลานานในการทำความเย็นให้กระจายทั่วห้องและยังทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเกินไปส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานอีกเช่นกัน แถมทำให้อายุการใช้งานสั้นลงตามมาอีกด้วย สูตรการคำนวณ BTU เบื้องต้น การเลือกเครื่องปรับอากาศขึ้นอยู่กับรูปแบบห้องหรือพื้นที่อาศัย แต่ในปัจจุบันสภาพอากาศค่อนข้างร้อนกว่าค่าตัวแปรที่ตั้งไว้ แคเรียร์แนะนำว่าควรใช้ค่าตัวแปร 1000 x ตารางเมตรของห้อง และเมื่อได้ค่า BTU มาแล้ว คุณสามารถเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีค่าBTU สูง-ต่ำได้นิดหน่อยแต่ไม่ควรเกิน 1000 BTU เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ “สูตรการคำนวณค่าBTU  […]

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

ฉันต้องการค้นหา