- ช่วงเวลาตื่นนอนและกลับบ้าน ร่างกายจะสัมผัสสารก่อภูมิแพ้โดยตรง ทำให้อาการภูมิแพ้กำเริบขึ้นได้บ่อย ๆ
- อาการภูมิแพ้กำเริบในบ้าน เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศภายในบ้าน อย่างไรฝุ่น PM2.5 เชื้อรา และแบคทีเรีย เป็นตัวกระตุ้น
- จัดการอากาศในบ้านให้หมดห่วงเรื่องภูมิแพ้ เพียงหมั่นทำความสะอาด ซักเครื่องนอนให้ถูกวิธี ควบคุมความชื้น เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่สะสมฝุ่น และให้ความสำคัญกับเครื่องปรับอากาศ
- ตอบโจทย์ชาวภูมิแพ้ กับสารพัดฟีเจอร์ CLEANNESS & PURITY ช่วยฟอกอากาศ และดักฝุ่นขนาดเล็ก จากแอร์ Carrier ที่เป็นได้มากกว่าเครื่องปรับอากาศ พร้อมเปลี่ยนอากาศในบ้านให้บริสุทธิ์และปลอดภัย
ทำไมอยู่ในบ้านยังคัดจมูก อาการภูมิแพ้กำเริบ?
ชาวภูมิแพ้เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเวลาตื่นนอนตอนเช้า หรือกลับเข้าบ้านทีไร ต้องมีอาการคัดจมูก ภูมิแพ้กำเริบทุกที จริง ๆ แล้วอาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ที่เกิดขึ้นได้อยู่บ่อย ๆ เพราะสารก่อภูมิแพ้จากอากาศภายในบ้านที่คอยเป็นตัวกระตุ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เราตื่นนอนและกลับบ้าน ซึ่งจะเป็นช่วงที่ร่างกายของเราสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ที่สะสมบนที่นอน และมลพิษนอกบ้านเป็นเวลานานหลายชั่วโมง จึงสามารถเกิดอาการภูมิแพ้ขึ้นได้ง่ายกว่าช่วงเวลาที่เราไม่ได้สัมผัสสิ่งกระตุ้นโดยตรง
สาเหตุของอาการภูมิแพ้ในบ้าน
แม้บ้านจะเป็นพื้นที่ปิด แต่ก็ยังเป็นแหล่งสะสมของสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ทำให้เราได้รับผลกระทบจากอากาศในบ้านไม่น้อยไปกว่าการรับมลพิษจากภายนอกบ้าน ซึ่งตัวการที่กระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ในบ้านมักได้แก่
1.ไรฝุ่น ตัวการก่อภูมิแพ้ที่มีอยู่แทบทุกบ้าน ไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ชอบอาศัยอยู่บนที่นอน หมอน โซฟา และพรมในบ้านของเรา ซึ่งมูลและซากของไรฝุ่นถือเป็นสาเหตุหลักของอาการภูมิแพ้ ก่อให้เกิดอาการไอ จาม คันตา เป็นต้น
2. PM2.5 ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ที่เราคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดีนั้น ไม่ได้อยู่แค่ภายนอกบ้าน แต่มักลอยฟุ้งอยู่รอบ ๆ ตัวเราแม้ในห้องนอน ด้วยขนาดที่เล็กมาก ทำให้เราสูดดมเข้าไปได้โดยไม่รู้ตัว และยังเล็ดลอดผ่านมุ้งลวด ช่องว่างใต้ประตู หรือขอบหน้าต่างเข้ามาสะสมอยู่ภายในบ้านได้
3. เชื้อราและแบคทีเรีย ปัญหาที่หลาย ๆ บ้านอาจละเลย สามารถเติบโตได้ตามผนังหรือภายในเครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้รับการทำความสะอาด และมักเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนที่มีความชื้นสูง หรือในห้องนอนที่ปิดทึบ อากาศไม่ถ่ายเท เป็นต้น

วิธีจัดการอากาศภายในบ้านให้หมดห่วงเรื่องภูมิแพ้
อาการภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นในบ้านสามารถดูแลให้ดีขึ้นได้ ด้วยการจัดการอากาศ สภาพแวดล้อมในบ้านให้เหมาะสม ทั้งในแง่ของความสะอาดและการเลือกเครื่องใช้ภายในบ้าน ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่
- หมั่นทำความสะอาด ตั้งแต่การดูดฝุ่น ถูบ้าน เช็ดถูตามซอกมุมต่าง ๆ และจัดบ้านให้โล่ง โปร่ง เพื่อลดการสะสมของฝุ่น
- ซักเครื่องนอนอย่างถูกวิธี โดยควรซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 55-60 องศาเซลเซียสขึ้นไป อย่างน้อยทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อกำจัดไรฝุ่น
- ควบคุมความชื้นภายในบ้าน ทั้งการระบายอากาศเปิดหน้าต่างรับลม ใช้เครื่องลดความชื้น หรือเปิดแอร์โหมด Dry เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียต่าง ๆ
- เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่สะสมฝุ่น เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุที่ไม่ใช่ผ้า อย่างไม้ หนัง หรือวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี ก็จะสามารถช่วยลดการสะสมของฝุ่นได้ หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรหมั่นซักทำความสะอาด และตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค
- ให้ความสำคัญกับเครื่องปรับอากาศ โดยควรล้างเครื่องปรับอากาศ อย่างน้อยทุก 3-6 เดือน และเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีฟีเจอร์ตอบโจทย์ชาวภูมิแพ้ อย่างสารพัดฟีเจอร์ CLEANNESS & PURITY จากแอร์ Carrier ที่ช่วยฟอกอากาศ กรองฝุ่น PM2.5 แบคทีเรีย รวมถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ช่วยจัดการอากาศภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาอาการภูมิแพ้กำเริบในบ้านสามารถจัดการได้ ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้สะอาดและบริสุทธิ์อยู่เสมอ เพราะบ้านควรเป็นพื้นที่ที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เราจึงควรใส่ใจตั้งแต่การทำความสะอาดบ้านและเครื่องนอน การลดจุดสะสมฝุ่น ควบคุมความชื้น ไปจนถึงให้ความสำคัญกับเครื่องปรับอากาศ โดยเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีนวัตกรรมช่วยจัดการอากาศภายในบ้านได้
อย่างแอร์แคเรียร์XInverter Plus และCopper ION ที่เป็นได้มากกว่าเครื่องทำความเย็น มาพร้อมฟีเจอร์เพื่อชาวภูมิแพ้ ด้วยนวัตกรรม X-IONIZER และ PM2.5 FILTER ที่ช่วยฟอกอากาศ สามารถกรองได้ทั้งฝุ่น PM2.5 แบคทีเรีย รวมถึงสิ่งสกปรกในอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อม ACRYLIC RESIN สารเคลือบพิเศษที่คอยล์เย็น เพื่อลดการสะสมของฝุ่นและเชื้อโรคภายในตัวเครื่อง และระบบ SELF CLEANING ที่ช่วยไล่ความชื้นหลังใช้งานเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ เปลี่ยนอากาศในบ้านให้บริสุทธิ์และปลอดภัย สำหรับชาวภูมิแพ้



